RSS

Monthly Archives: August 2005

My Extremely Busy Life

นี่คือตารางชีวิตข้าพเจ้าที่จะเป็นอย่างนี้ไปตลอดอีก 6 เดือน ดังนั้นคงไม่ต้องแปลกใจสำหรับการ
1. การห่างหายไปจาก Blog เป็นเวลานาน
2. PhotoDVD Special Edition คงอีกนานนนนนนนจะเสร็จ
3. การหายหัวไปจาก MSN, GoogleTalk และ Skype อ่ะนะ
และอื่นๆ
 
5 Comments

Posted by on August 31, 2005 in My Life

 

แจกฟรี Account Wi-Fi True 3 ชั่วโมง มูลค่า 540 บาท หมดเขต 31/8/48

นี่เป็น Account ของ True Wi-Fi ที่คุณสามารถนำไปใช้เล่นได้ตามศูนย์การค้าทั่วไป ถ้ามี coverage อยู่นะ โดยเฉพาะตรงส่วนองร้าน McDonald  ไปดู Location ได้ที่ http://www.truewifi.net ดูสถานที่แล้วกัน
 
รบกวนเพื่อนๆช่วยเอาไปใช้หน่อยเพราะว่ามันจะหมดเขตในวันที่ 31/8/48 แล้วล่ะ Account ละ ชั่วโมง มูลค่าชั่วโมงละ 180 บาท
 
การใช้งาน ก็แค่หิ้ว notebook ไป เชื่อมต่อเข้ากับ Access Point ของ Truewifi แล้วเปิด IE ขึ้นมา เข้าเวบไหนก็ได้หน้าแรกมันจะเด้งไปที่หน้า login ก็กรอกตามนี้ไป
 
หมายเหตุ : account ที่ 3 เนี่ย ผมใช้ไปบางส่วนแล้วรู้สึกว่าจะเหลือประมาณ 10-15 นาที
 
ID #473251785
Username : wifucu3in
Password 6vm2fd69
 
ID# 473258609
Username :wifuxyu3
Password : r7g4kbnt
 
ID# 473251893
Username : wiffyjmc
Password : n6djpzru
 
Leave a comment

Posted by on August 26, 2005 in Uncategorized

 

Logic บวมๆ ของการเขียน Cheque ?

หลายคนที่เคยเขียนเช็คเป็นว่าเล่นแล้ว คงจะไม่วุ่นวายสักเท่าไรหรอก แต่สำหรับมือใหม่หัดเขียน cheque เนี่ย โอ้ พระเจ้า จอร์จ อะไรมันจะวุ่นวายปานนั้น วุ่นวายที่ว่ามันไม่ใช่เพราะจำนวนขั้นตอนที่มาก หรือกระบวนการเขียนอะไรหรอกนะ แต่เป็นเรื่องของ Logic แปลกๆในการเขียนจ่าย cheque เนี่ยล่ะ ที่ทำให้มนุษย์ผู้เขลาอย่างข้าพเจ้าอดคิดไม่ได้ว่า พนักงานธนาคารจะไม่คิดจะออกแบบ cheque ใหม่ขึ้นมาให้ง่ายต่อการเขียนหน่อยบ้างเหรอ  ถ้าว่าตามวิชาตรรกศาสตร์ หรือ ไอ้ Logic เนี่ย บอกได้เลยว่า ….. เชี้ยมากๆ
 
 
ตัวแปรโจทย์ของเราในวันนี้คือ
– ขีดคร่อม
– จ่าย…..
– หรือผู้ถือ
– สด
– เส้นขนาน 2 เส้น
– เส้นขนาน 2 เส้น + บัญชีผู้รับเท่านั้น // AC Payee Only
– ขีดฆ่า
….. เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเขียนต่อให้เสร็จแล้วกัน ….
 
2 Comments

Posted by on August 17, 2005 in News & Articles

 

ปี 2005 … ปีแห่ง เหล้าเก่าในขวดใหม่?

เรื่องมันประมาณว่า อาทิตย์ก่อนเดินไปยืนรอรถเมล์ ไอ้ตรงหน้าสยามเซนเตอร์ ระหว่างรอไปก็ดูทีวีบอกเบอร์รถเมล์(ที่เหมือนจะครอบครองโดย ช่อง3 ไปแล้วอ่ะนะ) เหลือบไปดู ฟังเสียงก็.. เฮ้ย เพลง Black or white , Heal The World นี่หว่า เพลงของ Michael Jackson ที่น่าจะจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนหายาก เฮ้ย เพลงหายาก ไปแล้ว 10 กว่าปีนะ ไม่พอยังแถมได้ยิน Bad และ อื่นๆที่ประเภทแม่ง….สูญพันธ์ไปแล้วนี่หว่า กูอยากรู้จริงว่า ช่อง 3 มันคิดอะไรของมัน หรือว่าจะเรี่ยไรเงินไปเป็นค่าทนายให้คุณ Michael เขาเน้อ ก็ไม่เถียงอ่ะนะ ว่าบางเพลงมันเพราะ แต่คิดแล้วมันตะงิดๆชอบกล แบบว่าออกเพลงใหม่มาอีกสักเพลงแล้วบวกไปในอัลบั้มประมาณ Greatest Hit มันจะดูดีกว่า กินของเก่าหน่านะ Sony BMG BEC Tero
ถ้าลองสังเกตุนะ จะเห็นว่าปีสองปีนี้เป็น ช่วงปีที่มีการเอาของเก่ามาขายเย้อเยอะ ตั้งแต่ตัวเริ่มต้นกระแสอย่าง หนังเรื่องแฟนฉัน หนังที่ดึงกระแสย้อนยุคได้ดี ช่วงนั้นคนหันไปฟังเพลงสูญพันธุ์อย่างของสาว สาว สาว ไม่รู้เพราะกระแสของคุณหนูน้อยหน่าหรือเปล่าเน้อ ตามด้วยอัลบั้ม Replay ของ Grammy เอาเหล้าเก่ามาใส่ขวดใหม่ขายอีกรอบ หรือแม้แต่ หนังล่าสุดอย่าง วัยอลวน 4 ที่ประมาณเอาเหล้าเก่าเจอสีใส่กลิ่นเพิ่มเติม packaging ดีๆหน่อย แน่นอนติดสอยห้อยตามเพลงเก่ามาย้อมขายอีกรอบ เรียกกระแส ชูวับ ชูวับ กลับมาเทียบเคียงกับ วิศวะปุ้ เราเนี่ย -_-”  รวมถึงเพลงของ Pop Angel ที่ยิ่งฟังจังหวะแล้วเนี่ย คุ๊น คุ้น เหมือนเพลงฝรั่งเก่าๆเพลงหนึ่งแต่จำไม่ได้ว่าเพลงอะไร
 
เราควรจะเรียกปี 2005 ปีแห่งเหล้าเก่าขวดใหม่ดีใหม่เนี่ย ?
 
ปล. แนะนำเวบดีๆสักเวบ เผื่อใครไม่เคยไปใช้บริการ http://mp3.baidu.com บอกได้เลยว่า … สุดตีน หาเพลง mp3 ฝรั่งได้เกือบทุกเพลง แต่ของเพลงไทยเนี่ย เหมือนมันยังไม่ support ภาษาไทยว่ะ
อืม จะดีใจ ดีไหมเนี่ย ที่แม้แต่ เจ๊ Tata เราก็สามารถ search พบได้ใน mp3.baidu.com
 
1 Comment

Posted by on August 14, 2005 in Entertainment

 

4 ส.ค. วันหน้าแตกแห่งชาติ และบรรยากาศงาน Bangkok ICT Expo 2005

วันหน้าแตกแห่งชาติ เมื่อนาย Jonathan Job คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารบริษัท เหตุเกิด ณ งาน Bangkok ICT Expo 2005

         เรื่องที่ข้าพเจ้าจะจำไปจนถึงวันลืม… เรื่องราวมันมีอยู่ว่า ตอนนี้ข้าพเจ้ารับผิดชอบเรื่องโครงการ WiMAX ของบริษัทอยู่ ก็มีหน้าที่ศึกษาเทคโนโลยีตัวนี้ ทั้งด้าน Technical การวางแผนการใช้งาน รูปแบบการให้บริการ และอื่นๆ ทำให้ต้องมีหน้าที่ตามมาคือ ติดตามการทำงานของกทช. รวมถึงการเข้าไปฟังการสัมมนาและการประชุมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ WiMAX ทุกงานทั้งระดับเล็กและใหญ่ แต่แล้วมันในงาน ICT Expo เนี่ยมันก็มีหัวการประชุมอยู่ ชื่อว่า "ITU Forum of the Regional Working Group (RWG) on Private Sector Issues – Asia & Pacific Region : Promoting ICT Technologies &Broadband Applications”เมื่อวาน ในหัวข้อ WiMAX ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เห็นมีเรื่อง WiMAX ก็เลยจะขอเข้าไปฟังด้วย พอดีวันนั้นไปค่อนข้าง late พอไปถึงทุกคนก็เข้าห้องประชุมหมดแล้ว ผมก็ถามถึงการเข้าประชุม เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าลงทะเบียนไว้ป่าว ผมก็ตอบด้วยความงงๆ ว่า "ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ครับ" พร้อมกลับถามมาว่ามาจากบริษัทไหน ก็ตอบไปอ่ะนะ นึกขึ้นได้ว่า เฮ้ยกูลืมหยิบนาม บัตรมาด้วยดิ… ไม่เป็นไรๆ แต่เรื่องมันไม่จบอ่ะดิ เพราะว่าชื่อที่ปรากฎอยู่ใน List คือ MD บริษัทดันลงทะเบียนไว้แต่ไม่มา เจ้าหน้าที่ก็คงเข้าใจว่าเรามาแทน ก็ปล่อยให้เราเข้าไปผจญชะตากรรมข้างในห้อง….
         แล้วนาย Jonathan Job ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทา พับแขนเสื้อ ไม่ผูกไทค์ ไม่ใส่สูท และสะพายเป้Cisco ก็ได้พบกับความสยองชั้นยอด เมื่อพบว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปในห้องที่มีคนเข้าประชุมเพียงแค่ 40 คนจากหลายประเทศทั่ว Asia Pacific มองๆไปก็เห็นป้ายชื่อตามโต๊ะ Korea Telecom, Qualcomm, Japan Telecom, China Telecom, UN, WiMAX forum, Republic of India และอื่นๆอีกมากมาย ก็เดินดุ่มๆเข้าไปนั่งที่ๆเขาเตรียมไว้ให้สำหรับของบริษัท ซวยซ้ำสอง เพราะโต๊ะในห้องประชุมเป็นรูป U ซ้อนกันที่นั่งผมเนี่ยอยู่ที่ U ด้านใน แถมหน้าสุดด้วย…. เอื้อก!!! พอเหลือบไปมองด้านหน้าก็พบคนหนึ่งหน้าตาคุ้นๆนะ เหมือนจะเคยรู้จักที่ไหน …. ใช่เลย คนนี้ก็ไม่ใหญ่ไม่โตอะไรหรอก ก็แค่ บุญชัย เบญจรงค์กล เจ้าของ UCOM และ DTAC ก็เท่านั้น เท่านั้นแหละ ….. "กูมาผิดงาน!!!!!"
         แล้วทำไงต่อดีละ เข้าไปนั่งแล้ว โอเคๆ นั่งฟังไป เริ่มซีดๆขึ้นเรื่อย ไอ้ภาษาประกิดเราใช่ว่าจะได้เรื่อง วิทยากรพูดเรื่องอะไรเนี่ย แปลไม่ออกแล้ว สมองไม่รับแล้ว คิดแต่ว่ากูจะออกไปจากห้องนี้ได้ยังไงเนี่ย ที่นั่งก็อยู่หน้าสุดด้วย ครั้นจะออกไปตอนนี้เลยก็จะถูกจับมองยิ่งขึ้น เข้า Late แล้ว ดันออกเลย แถมหน้าโต๊ะก็ติดชื่อบริษัทไว้แล้ว ขืนออกเนี่ยคงจะเป็นเรื่องแน่ๆ แค่ตอนนี้ก็พอมองๆไปเห็นแววๆว่าข้าพเจ้าเริ่มเป็นประเด็นเล็กๆแล้วล่ะ แถมถ้าไม่ออกเนี่ย รายการต่อไปคือรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน คงจะต้อง speakๆ ประกิดๆ ได้ตายแน่ๆ นามบัตรก็ไม่ได้เอามา ดังนั้นทางออกคือ รีบออกจากห้องเหอะ ….แต่ออกตอนนี้ก็ไม่ได้ ก็ต้องนั่งขาสั่นฟังจนจบ Session นี้ สถานการณ์ก็ยังไม่เอื้อให้ออกไปได้ รออยู่ในห้องกว่าชั่วโมงครึ่ง จึงได้จังหวะที่เปลี่ยนวิทยากร เลยรีบคว้าหยิบกระเป๋าพร้อมแฟ้มการประชุม ลุกขึ้น ก้มหัวให้ 1 ที ไม่สนใจอะไรแล้วรีบเดินดุ่ยๆออกเลย …… เกือบตาย!
          โอ้ย!!! ไม่น่าเลยกู นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Jonathan Job หน้าแตก!! และทำให้รู้ว่ากรุณาอ่านหัวการประชุมดีๆ จนถึงดีที่สุดก่อน พกนามบัตรไปเยอะด้วยล่ะ มันช่วยคุณได้ยามฉุกเฉิน มิฉะนั้นจะผจญชะตากรรมแบบเดียวกันนะ…. -____-”

บรรยากาศงาน Bangkok ICT Expo 2005

 

         โดยรวมแล้วผมรู้สึกว่างานปีนี้จัดไม่มีอะไรน่าสนใจเลย อย่างที่ไอ้สักคน(น่าจะ AJมั้งจำไม่ได้) มันบอกว่างานนี้เป็นงาน One-Stop Shop คือ แม่งยำรวมทุกอย่างในงานเดียว ตั้งแต่หนังสือ นิตยสารคอม อุปกรณ์คอมพิวเตอร์(ปีนี้ขายน้อยว่ะ เมื่อเทียบกับกับพวกงาน commart หรืองานคอมอื่นๆ) ซอฟท์แวร์ กล้องดิจิตอล ADSL Package ทั้ง True, TOT, Buddy Broadband ผมไปงานเมื่อวาน(พฤหัส 4 สิงหา) คนที่ไปค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะวันทำงานด้วยล่ะ
 

         น่าที่สนใจก็มีเพียงแต่ส่วนของบริษัทที่นำสินค้าเทคโนโลยีมาจัดแสดงให้ดู ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเทคโนโลยีที่นำมาโชว์จะค่อนข้างเหมือนเดิมส่วนใหญ่ เช่น ไอ้ highlight ของงาน Asimo เนี่ยก็มุขเดิมๆ ไม่เข้าใจว่าจะบ้าอะไรกันนักหนา, Nokia ก็แค่โชว์มือถือกับ Pretty ในชุดมนุษย์ต่างดาว เอ้ย มนุษย์อวกาศ ให้อารมณ์เดียวกับในรายการ Deal or No deal เลยว่ะ, Huawei เอาอุปกรณ์ NGN มาจัดแสดง, เออ ว่าแต่บูธ Huawei ปีนี้เนี่ย ใหญ่โคตรเลย รองจาก ICT อันเดียว แต่อย่างว่าอ่ะนะ ICT ใหญ่จริง แต่แม่งไร้สาระเหี้ยๆ เอา Simulation ของ Tsunami มาให้ดู ประมาณคุณไปยืนอยู่บน Vibrator ขนาดใหญ่ แล้วจ้องดูภาพ Flash Animation ประมาณนั้น … เฮ้อ!!, TOT ก็ไม่มีอะไร แค่จะประกาศว่ากูจะทำ 3G และ IP Phone ประมาณนั้น, CAT ก็เอาแผนที่ประเทศไทยลง Base Station ของ 3G มาให้ดูประมาณว่าข่มกันเองระหว่าง CAT และ TOT

          ที่น่าแปลกใจว่าะ AJ … ปี้นี้ไม่มี IBM บริษัทในฝันมึงมาแสดงเหมือนปีที่แล้วว่ะ

          แต่สิ่งเดียวที่ถูกใจผมที่สุด คืออุปกรณ์ WiMAX ที่แปลกใจว่าแม่งเอาเข้ามาในประเทศไทยได้ไงฟะ เพราะตอนนี้บริษัทสื่อสารทุกรายจะนำเอาเข้ามา Test เนี่ย กทช. ยังไม่อนุมัติเลย (ยกเว้นที่เพิ่งจะอนุมัติไป 3 วันก่อน แค่อันเดียวที่จะ testขึ้นใน 3 จังหวัดอย่างลับๆ โดย True,TOT, ICT และ สธ. – ไปสืบรู้มาว่า อ.อมก๋อย เชียงใหม่ … บอกได้เพราะไม่ใช่ความลับบริษัทข้าพเจ้าว่ะ 5555) ไอ้อุปกรณ์นี้เนี่ย มันคนเอาเข้ามา 2 เจ้าคือ บริษัท Siemens  และ Planet Comm ที่เอาของ NextNet และ Redline เข้ามา อย่างว่าอ่ะนะ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะได้สัมผัสกับอุปกรณ์ WiMAX เป็นคร้งแรกวะ ดูภาพแล้วกัน

 

         Siemens เอาอุปกรณ์ WiMAX ในชื่อตระกูล SkyMAX เข้ามา โดยมีส่วนของที่ใช้ Base Station ซึ่งเป็น Chassis เลย อุปกรณ์ Transmission ที่ติดมากับ Omni-Directional Antenna รวมไว้ในกล่องเดียวขนาดเล็กมากๆ แล้วก็อุปกรณ์ Indoor CPE ฝั่งขารับที่ตั้งภายในบ้าน หรืออาคารโดยแค่เสียบปลั๊ก ต่อสาย lan ก็ใช้ได้แล้ว

          PlannetComm เอาอุปกรณ์เข้ามา 2 ยี่ห้อ คือ NextNet และ Redline Communications เป็น Booth เดียวที่แสดงการทำงาน WiMAX ให้ดู โดยมีการส่งสัญญาณระหว่างตัว Base Station กับ อุปกรณ์ CPE ที่นำมาทั้งแบบ Indoor และ Mobile Outdoor ลักษณะการทำงานคือ นำ อุปกรณ์ WiMAX Outdoor CPE ติดเข้า IP Camera แล้วนำไปถ่ายภาพบรรยากาศภายในงานตามที่ต่างๆแล้วส่งกลับมาที่ Basestation ที่จะส่งต่อภาพไปยัง Indoor CPE ที่ต่อกับเครืองคอมพิวเตอร์ที่จะรอแสดงภาพนั่นเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่นำมาจัดแสดงนี้ ใช้ย่านความถี่ 2.5 GHz 

          เตือนไว้นะครับ ถ้าจะไปเยี่ยมชมดูอุปกรณ์ WiMAX อย่ายืนดูแถวนั้นนานนะ เพราะผมรู้สึกว่าในระหว่างที่ผมยืนคุยกับเจ้าของ booth plannet com เนี่ย ยืนตรงใกล้ๆเสา antenna พอดี ยืนไปสัก 15 นาที เริ่มแบบว่าปวดๆมึนหัว แต่พอเดินออกมาได้สักแป๊บก็หาย อืม โดยมาตรฐานแล้วกำลังส่งของทั้ง Base station และ CPE เนี่ยอยู่ที่ 2 Watt เอง……-__-”

 หมายเหตุ :

         สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักว่า WiMAX คืออะไรนั้น WiMAX ย่อมาจาก Wireless Interoperability of Metropolitan Access พูดง่ายๆมันคือ Wireless LAN ที่ขนาดใหญ่มากจนเรียกว่า Wireless MAN คือ ตั้ง Accces Point ปกติใน WLAN หรือ Wi-Fi มากสุดมันไปได้แค่ 100-200 m แต่ WiMAX เนี่ยเราจะตั้งเป็น Basestation เหมือนมือถือเลย 1 เสาครอบคลุมพื้นที่ 30-40 km และ Speed สูงสุดคือ 72 Mbps(ด้วย BW 20MHz) ฟังดูแค่นี้อาจจะไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่จริงๆแล้วมันมี potentialในการครองตลาดในด้านการสื่อสารเลย กินส่วนทั้งบริการ DSL ต่างๆ ที่ติดปัญหาเรื่องระยะทาง, Lease Line ราคาแพง, Wireless Broadband Internet รวมถึงมือถือ 3G ด้วย ทำให้ทุกบริษัทจ้องที่ได้มันมาไว้ในมือ อีกอย่างคือเรื่องความไม่ซับซ้อนของระบบเนื่องจากทำงานอยู่บนระบบ IP-Based Network ต่างจากระบบมือถือซับซ้อนมาก
 
          แต่ถ้าจะอ่านเทคโนโลยีอย่างละเอียดไว้วันหลังจะมาลงให้แล้วกัน หรือไม่ก็ไปอ่านเองก่อนได้ที่

  – http://www.wimaxforum.com
  – http://www.intel.com/netcomms/technologies/wimax/wimax_docs.htm
  
          แต่ถ้าอยากอ่านภาษาไทยก็มีให้เห็นได้ทั่วไป
 – นิตยสาร Chip ฉบับเดือน มกราคม ปีนี้
 – นิตยสาร Microcompute ฉบับเดือนมีนาคม และน่าจะพฤษาหรือไม่ก็มิถุนาเนี่ยล่ะ
 – หนังสือพิมพ์ Telecom Journal ประมาณ 6-7 ฉบับ เริ่มต้นประมาณ 2 เดือนก่อนได้มั้ง

 
4 Comments

Posted by on August 5, 2005 in My Life

 

มีสาระกันบ้าง … หนังสือ Network ดีๆที่แนะนำให้อ่าน

        หนังสือพวกส่วนใหญ่นี้ เป็นแหล่งความรู้ที่ทำให้ข้าพเจ้าทำ Senior Project ได้จบจริงๆนะ (ไม่นับรวมได้อาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ network ระดับเซียนอย่าง อ.ชัยเชษฐ์ รวมถึงการร่วมงานกับเจ้าพ่อผู้กว้างขวางในวงการสื่อสาร โอห์มหล่อ รวมถึงเทพเจ้าอย่างท่านวรพร ที่ร่วมผ่านอุปสรรคนานัปการมาด้วยกัน แม้ว่าบ้างครั้งจะมีการเข้าใจผิดกันบ้าง แต่ที่สุด พวกเราก็ทำได้!!!! เย้!! )  เข้าเรื่องเถอะ เอาเป็นว่า ผมขอรับรองว่าหนังสือพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเพชรส่วนน้อยในกองหนังสือด้านคอมพิวเตอร์ "ขยะ" ที่คุณจะพบได้อย่างดาษดื่นทั่วไปตามร้านหนังสือชั้นนำ (หลังจากเคยโง่ซื้อมาอ่าน เหมือนกัน)
        หนังสือที่ผมแนะนำข้างล่างเนี่ย จะไล่ตามลำดับความ Advance ของเนื้อหานะ โดยบอกก่อนว่าเป้นหนังสือ Network ภาษาไทย ในส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสารในโครงข่ายประเภท IP เป็นหลัก อาจจะมีแบบอื่นประกอบนิดหน่อย ส่วนเรื่อง Wireless กับ Security นั้นเอาไว้คราวหน้าแล้วกัน ถ้ามีเวลาและโอกาสจะเขียนมา Post ไว้ที่นี่
 
 


          หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือดีมากๆ ถ้าจะเริ่มต้นศึกษาระบบ Network ทางด้าน IP เพราะเขียนเนื้อหาตั้งแต่ basic จนกระทั่งถึงระดับกลางๆเลยล่ะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนรู้ด้าน network มาก่อน โดยเฉพาะในส่วนของศาสตร์ที่เขียนโดย คุณไพโรจน์ แห่งแผนก Comm, Siemens บุคคลหนึ่งในผู้ที่มีชื่อเสียงด้านการสื่อสารทั้ง Network และ Mobile  และส่วนของศิลป์โดย  คุณปิยะ ที่เชี่ยวชาญด้าน Network Admin. จะเน้นด้าน config, problem solving มากกว่า ผู้แต่งทั้ง 2 คน เป็นนักเขียนประจำนิตยสาร Microcomputer ของ SE-ED นั่นแหละ รวมถึง นสพ. Telecom Journal
          ขอย้ำนะว่า เล่ม 2 นะครับ เพราะเล่ม 1 มันห่วย!
 


           หนังสือนี้ผมยังไม่ได้อ่านเต็มตัวเลย แค่เปิดอ่านแบบคร่าวๆ (แต่ก็ซื้อเก็บไว้แล้วล่ะ) ดูแล้ว ใช้ได้เลยนะ กล่าวถึงทฤษฎี IP Network ภาพรวม ซึ่งจะค่อนข้างจะครอบคลุมกว่าเล่มแรก ตัวเล่มและเนื้อหาค่อนข้างออกแบบได้อย่างน่าอ่านเลย ตอนนี้ยังไม่กล้า comment แต่ถ้าอ่านจบเมื่อไรจะมาเพิ่มเติมให้
 


          หนังสือเล่มนี้ออกจากแปลกแยกนิดหน่อย เพราะ มันคงไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับ IP Network เท่าไรเหมือนเล่มอื่นๆ แต่จะเหมาะสำหรับบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับการสื่อสารโดยรวมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผมยอมรับว่า เนื้อหาดี ครอบคลุมด้านการสื่อสารเกือบทั้งหมด ทั้งในส่วนของระบบได้แก่โทรศัพท์ ดาวเทียม คอมพิวเตอร์ จนถึง IP Network, ATM , Frame Relay, SDH และอื่นๆ  เนื้อหาเล่มนี้ ค่อนข้างน่าเบื่อเล็กน้อย เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นทฤษฎีเกือบทั้งหมด

 

          อาจารย์วิรินทร์เนี่ยนับได้ว่าเป็นปรมาจารย์ด้าน network คนหนึ่งเลยล่ะ ผมค่อนข้างติดตามผลงานแกมานานพอสมควรแล้ว ตามอ่านบทความในนิตยสาร Microcomputer ของแกแทบทุกฉบับ และก็ได้มีโอกาสไปเรียนกับแกด้วย อืม เป็นอาจารย์ที่ถ่ายทอดความรู้ดีเลยล่ะทั้งด้านการเขียนและการสอน (ตอนไปเรียนเนี่ย ดูเหมือนแกจะหวงๆความรู้นิดๆนะ แต่ผมว่าแกก็ให้มากกว่าหวงอ่ะนะ)
          เข้าเรื่องๆ เล่มนี้จะมุ่งเน้นไปในส่วนของอุปกรณ์ในระบบ IP Network มากกว่าเล่มที่ 1 ซึ่งกล่าวตั้งแต่พื้นฐานการเชื่อมต่อ network, ข้อกำหนดในการลากวางและติดตั้งเชื่อมโยงสาย, มาตรฐาน ethernet ต่างๆ การออกแบบโครงข่าย รวมถึงแนะนำอุปกรณ์ต่างๆของระบบโครงข่าย ดูเหมือนจะค่อนข้างออกไปทาง cisco เป็นหลัก เป็นหนังสือ network ดีที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมแนะนำให้อ่าน หรือเก็บไว้เป็น reference เลยล่ะ ข้อเสียของหนังสือเล่มนี้ คือ เนื้อหาเขียนผิดหลายจุด ซึ่งข้อมูลบางอย่างจะ conflict กันเอง คาดว่าคงจะมาจากรวบรวมเนื้อหาจากหลายที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเกลียดที่สุด คือการที่หนังสือเล่มนี้แปลและคัดลอกเนื้อหาในส่วนของ Cabling ทั้งบทจากหนังสือ Text เล่มหนึ่ง โดยที่ไม่มีการ reference ถึงเลย เพราะผมถือว่าไม่เป็นการให้เกียรติแก่ผู้เขียนคนอื่นเท่าไร ผมเชื่อว่า ถ้าคุณโดน copy ไปแบบชุบมือเปิบ คุณคงจะไม่ชอบสักเท่าไร แต่อย่างไรก็ดีมันก็เป็นหนังสือที่ดีที่สุดแล้วล่ะ แนะนำให้ซื้อมาอ่านเลย

      เล่มนี้เนี่ยใหม่สุดๆเลย เพิ่งออกมาได้แค่ประมาณ 2 เดือน ดูเหมือนจะเป็นหนังสือภาษาไทย หนึ่งในสองเล่มในตลาดได้มั้งที่พูดเรื่อง Network ใน Style ของ cisco และ การสอนการ config IOS ของอุปกรณ์ของ Cisco อ่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่จะทำงานด้าน network เลย เพราะคุณหนีการ config อุปกรณ์ network ยี่ห้อนี้ไม่ได้หรอก เนื้อหาเล่มนี้จะค่อนข้างลึกพอสมควรถึงมาก ผุ้อ่านควรมีพื้นฐานด้าน network มาบ้างแล้วจะทำให้อ่านได้ประโยชน์มากกว่า
 
       ทั้งหมดเป็นคำวิจารณ์และแนะนำจากความคิดส่วนตัวของผมเท่านั้น ซึ่งอาจจะขัดแย้งหรือตรงกับความเห็นบางท่านได้ ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาด้าน Network นะครับ อย่างไรก็ดี กระผมยินดีรับฟังทุกความเห็น คำแนะนำ ตลอดคำวิจารณ์ รวมถึงอยากสอบเรื่องอะไรก็ ส่งมาได้ที่ iam_jonathan_job at hotmail dot com
 
 
1 Comment

Posted by on August 1, 2005 in Books

 

เรื่องขำๆของคน 2 คนกับ 1 link …..

ขออภัยต่อ…..ไอ้คุณ AJ เป็นอย่างยิ่ง สำหรับการทำ link ผิด 555 เอาหน่าขำ … มึงน่าจะดีใจนะ ว่า link มันไปหามึง จริงป่ะ
 
ว่าแต่ว่า อาทิตย์ก่อน ไปนั่งสูบเพลงของ Kelly Clarkson อัลบั้ม Breakaway มาฟังทั้งอัลบั้ม …. ตกยุคไปนิด แต่ที่ต้องมีเขียนเนี่ย เพราะ…มันดีวะ รู้สึกแนวเพลงของพี่เจ๊ Kelly เนี่ยเปลี่ยนอย่างหน้ามือเป็นหลังตืน เอ้ย หลังมือ แบบว่าจากเพลงแนว Pop เป็น Soft Rock แบบว่า… ใช้ได้เลย!! โดยเฉพาะเพลง Gone, Since U Been Gone,  Behind These Hazel Eyes, Addicted และ Because of You เป็นอัลบั้มที่ฟังเรื่อยๆได้ตลอดโดยไม่ต้องมานั่งเลือกเพลงที่ชอบฟัง
 
ช่วงนี้มีแต่เพื่อนไปเรียนต่อเมืองนอกทั้งนั้นหลาย ล่าสุดคุณแชมป์ คทาวุฒิ เพิ่งบินไปเมืองมิวนิค สดๆร้อน เลย เดี๋ยวก็จะมีบินไปอีก 2-3 คนมั้ง อย่างน้อยก็วันที่ 8 นี้ จะมีท่านปรมาจารย์วรพร จะบินไปเรียนต่อ Leeds ที่อังกฤษ อืม.. ท่าทางแพนกวินเราคงจะเฉาตายเลย… หรือเปล่าหว่า?? (แต่อย่างน้อยก็มี Skype อ่ะนะ ห่างกันครึ่งโลก แต่เสียงของหัวใจก็อยู่แค่เอื้อม….เลี่ยนว่ะ) ยังไงก็ตามดีใจกับเจ๊เขาด้วยนะ ได้ทุน Shell …รุ่นเราจะมี ดร. กี่คนฟะเนี่ย ท่าทางจะเยอะอ่ะ เอาเถอะๆ ยินดีกับทุกๆท่านด้วยแล้วกัน
 
สำหรับ EE85 PhotoDVD Special Edition อ่ะ … ผมจะทำให้ท่านๆได้น่าภายในสัปดาห์นี้ แน่นอนต้องก่อนวันที่ 8 แน่ๆล่ะ 555
 
2 Comments

Posted by on August 1, 2005 in Friends