RSS

Monthly Archives: February 2006

จบแล้ว TOEFL รอบแรก

เมื่อวานนี้ไปสอบ TOEFL มา คะแนนออกมาไม่ค่อยดีเลย ไม่ถึงตามเป้าที่คาดหวังไว้

Listening                         19 of 30

Structure & Writing     11 of 13 &  N/A of 17

Reading                           26 of 30

=============================

Total (CBT)                     187 – 243

Total (PBT)                     517 – 593

ดูแล้วคะแนนที่เป็นไปได้น่าจะได้อยู่ในช่วง 550-560 เพราะ Writing คิดว่าน่าจะได้ประมาณ 3-3.5 ไม่น่าจะได้เกินนี้ เนื่องจากใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเขียน แต่ไม่ตรวจทานเรื่อง Grammar เลย อีกอย่างคือ ที่แต่งไปอ่ะ แม้จะครบถ้วน Intro, Body และ Conclusion แต่ประโยคที่แต่งไปเนี่ย น่าจะมี fragment อื้อซ่าเลย

 

ตอนแรก การสอบครั้งนี้ คาดหวังไว้ที่อย่างน้อย 580 ถือว่าพลาดไปเยอะ เพราะคะแนนที่ตั้งไว้ต้อง 600 up ในครั้งที่ 2 ผลออกมาเป็นอย่างนี้ คงต้องขยันอีกเยอะเหี้ยๆแน่

 

สำหรับผู้ที่จะสอบ TOEFL ในเร็วๆนี้

 

-=[ ขั้นตอนการสอบ ]=-

1.การเดินทาง

รอบเช้า ไม่ควรไปถึงก่อนมาก เพราะมันยังไม่เปิดต้องนั่งรอข้างนอก แต่ถ้าเป็นรอบบ่าย ไปสักถึงสักเที่ยง เพราะจะต้องไป เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยความลับและนั่งอ่านระเบียบขั้นตอนการสอบ ของผมได้เข้าห้องสอบเริ่มทำตั้งแต่ 12.30 เลย ทั้งที่เวลาจริงๆมัน 13.00 

สำหรับห้องสอบจะอยู่ที่ชั้น 6 ตึกมณียา ตรง BTS ชิดลม ตอนขึ้น lift จะอยู่ตรง low zone ติดกับบันได้ ไม่ใช่หน้า Bank ไทยพาณิชย์ ขึ้นไปถึง ห้องสอบจะอยู่ในหลืบซอยข้าง lift

 

2. หลักฐานและสิ่งที่จะเอาไป :

2.1 ถ้าเอา passport ไป ก็ไม่ต้องเอาอย่างอื่นไปแล้ว

2.2 ที่อยู่ของมหาลัยที่จะเลือกให้ ETS ส่ง Score ไป ไว้ใช้ตอนหลังสอบเสร็จ ขอกรรมการออกมานอกห้องสอบเพื่อไปดูที่อยู่ได้

2.3 ของอย่างอื่น เขาจะให้คุณเก็บใน locker ก่อนเข้าห้องสอบ

2.4 อาหาร น้ำ ห้ามนำเข้า แต่ผมแอบเอา ยาอม Fisherman’s Friend ไปนั่งกิน กะจะอ้างว่าเป็นหวัดเจ็บคอ แต่จริงๆ กะเอาไว้อม แก้มึนหัว

3. ขั้นตอนการสอบ:

3.0 เซ็นชื่อหน้าห้องก่อนเข้าสอบ + ถ่ายรูปด้วยกล้อง Webcam สุดห่วย

3.1 Questionaire + How to use CBT program

3.2 How to Listening –> ไม่ต้องรีบ ใช้เวลานี้ปรับให้หายตื่นเต้นก่อน พวก how to มันเหมือนใน Powerprep

3.3 Test : Listening

3.4 Break 1 minute

3.5 How to Structure –> เหมือนกัน นั่งเล่นๆเรื่อยๆ

3.6 Test : Structure

3.7 Mandatory Break 5 min : ให้ไปเข้าห้องน้ำ แต่ต้องรอจนกว่าหมดเวลาถึงกลับเข้าห้องสอบได้ ซึ่งระหว่างไปเข้าห้องน้ำ จะมีกรรมการไปยืนเฝ้าคอมให้ พอหมดเวลาจะมาเรียกเข้าไปเอง ทั้งนี้ก่อนออกต้องเซ็นชื่อออกด้วย แล้วเข้าก็อย่าลืมเซ็นเข้า

3.8 How to Reading –> นั่งเล่นไปเรื่อยๆ พร้อมแล้วค่อย next ไปทำข้อสอบ

3.9 Test : Reading

3.10 Break 1 minute

3.11 ให้เลือก ว่าจะทำ Type หรือ Write (ผมเลือก type)

3.12 How to Writing –> มันจะหน้าหนึ่งให้ลองพิมพ์เล่น ใช้เวลาช่วงนั้น นึกถึง form ในการเขียน คำเชื่อม ประโยคในดวงใจ แต่ไม่ควรเขียนลง scratch paper ที่เขาให้ เพราะกรรมการจะมาเตือนว่าห้ามเขียนก่อน สอบจริง โดนมาแล้ว พอพร้อมแล้วค่อย next ไปข้อสอบ

3.13 Test : Writing

3.14 Test Score —> ให้จดลงกระดาษ Scratch Paper ไว้ ไม่ต้องจำ พอออกห้องสอบแล้วค่อยขอกรรมการลอกคะแนนเก็บไว้

3.15 ให้เลือกว่าจะ Cancel หรือ Report Score

3.16 How to choose university in list

3.17 ในหน้านี้ คุณจะเลือกมหาลัย หรือไม่ก็ได้ เลือกได้สูงสุด 4 แห่ง ทั้งนี้ มันจะให้เลือกตามลำดับดังนี้

 1) State 2) University 3) Type of School (Ungrad, grad, grad of man.)  4) Department

3.18 เซ็นชื่อออกหน้าห้องสอบ

 

 -=[ เนื้อหาที่ออกสอบ ]=-

 

1. Listening (??? ข้อ : ??? นาที — จำไม่ได้ว่ะ)

ไม่ยากถ้าสมาธิไม่กระเจิง ของผมเนี่ยคือว่าโชคร้ายอย่างหนึ่งคือ ในห้องสอบมีคนเป็นหวัด ทั้งจาม ทั้งไอ… โอ้ย จะบ้าตาย ข้อเสียของผมคือ เป็นคนที่ไม่ค่อยจะทนต่อสิ่งรบกวนรอบข้างได้เท่าไร

 

ข้อสอบ Listening แบ่งเป็น 2 Part หลัก คือ

1. Short Conversion

ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะเสียคะแนนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะผม เนื่องจากจะฟังไม่ทันได้จับใจความ ก็จบแล้ว

2. Long Conversion, Lecture, Discussion

ช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงเก็บคะแนนเลย เนื่องจากเนื้อหามันยาว ถึงยาวเหี้ยๆ จะมีช่วงเวลาจับใจความว่าพูดกันถึงเรื่องอะไรกันอยู่ จำได้ว่าเจอประมาณ 6-7 Topics ได้

 

เรื่องที่เจอ เท่าที่จำได้ มี

1) Lecture : Plague ทฤษฎีโลกทวีปเดียว

2) Discussion : การแต่งหน้าของตัวละครบนเวที 

3) Lecture : Psychology การพัฒนาในการบันทึกพฤติกรรมของเด็กต่อพ่อแม่ในยุกต่าง

2. Structure (20 ข้อ : 15 นาที)

ค่อนข้างง่าย มีหลอกบ้าง 1-2 ข้อ ที่ผมทำส่วนใหญ่จะเป็น Error มากกว่า Structure ประมาณอัตราส่วน 3:2  Part นี้ออกตรงตัวมาก ถ้าได้ฝึกทำข้อสอบเก่าอย่างของพวกสงวน หรือ หนังสือเตรียมสอบของ Kaplan แล้ว คิดว่าไม่น่าจะพลาด

 

โดยส่วนตัว part นี้ผม ตอนทำค่อนข้างจะรนตอนท้ายๆ เพราะชะล่าใจมากไปหน่อยเลยเกือบไม่ทัน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ part นี้ผมพลาดไป 2 คะแนน

3. Reading (44 ข้อ : 1 ชั่วโมง 10 นาที)

เป็น part ที่ง่ายที่สุด คำถามถามสิ่งที่มีอยู่ใน passage หมด ส่วนใหญ่จะ copy ข้อความมาออกด้วย รวมถึงศัพท์ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ตอบได้ เช่น solicit = invite, disemination = spread  ซึ่งคำถามด้านศัพท์จะช่วยให้ save เวลาได้เยอะมาก 

Topic ใน part นี้ เท่าที่จำได้มี

1) การพัฒนาของการแสดงภาพของทีวี

2) Playful behavior ของสัตว์

3) หลักฐานเกี่ยวกับการตั้งรกรากของชาว Norse ใน ทวีป America เหนือ 

 

part นี้ ผมทำไปจนจบแล้ว ผมมีเวลาเหลือทวนอีก 20 นาที จริงๆมันน่าจะมากกว่านี้ ถ้าพนักงานทำความสะอาดกระจกตึกมันทำกระแทกตัวกับตึก ประมาณ 15 นาที ที่ทำให้แม่งอ่านไม่รู้เรื่องเลย

 

 

Technic การทำ part นี้ 

1) เนื่องจากไม่ใช่ adaptive test ไม่ต้องอ่าน passage ในหน้าแรก ให้เลื่อน scroll มาสุดและ proceed เข้าสู่คำถามเลย เพราะคำถามมันก็มี passage ให้อ่านเหมือนกัน

2) ควรอ่าน passage ให้จบรอบแรกแบบคร่าวๆก่อน รอบเดียว ยกเว้น paragraph แรก ให้อ่านให้ละเอียด เพราะจะช่วยให้เราจับจุดได้ว่า มันพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

3) ถ้าตอบไม่ได้ให้มั่วไปก่อนแล้ว กด next ไปเลย เพราะย้อนกลับมาทำใหม่ได้ หรือ ไม่ถ้าไม่คิดอะไรมากก็กด next ไปจนหมดคำถามของ passage นั้นๆ แต่ไม่ควรกดข้ามไปยัง passage ต่อไป เพราะผมก็ไม่แน่ใจว่า passage ต่อไปมันจะเลือกมาออก based on ความถูกต้องที่ทำของ passage ที่แล้วด้วยหรือเปล่า

      

4. Writing (1 ข้อ : 30 นาที)

Part นี้ ได้หัวข้อ What is the best method of learning? By reading, listening or doing?

 
Leave a comment

Posted by on February 1, 2006 in Exam & Score