RSS

Monthly Archives: August 2011

How to delete “Recent Files” list in applications

จริงๆ ไม่คิดว่าจะได้เขียนเรื่องนี้อ่ะนะ แต่เหลือบไปเห็น keyword ใน stat แล้วพบว่ามีคนหาวิธีการลบ recent file ของ adobe reader จริงๆ ก็เข้าใจว่าคงต้องการลบร่องรอยบางอย่างล่ะมั้ง 555 จริงๆ ถ้าเป็นพวก Media Player นี่ จะไม่สงสัยเลย 555 เพราะรู้ๆกันอยู่ แต่ว่า Adobe Reader ก็อาจจะเป็นเอกสารส่วนตัวบางอย่า่งล่ะมั้ง คือ ถ้าเป็นผมนะ ถ้าไม่รู้ว่าจะลบมันยังไงโดยตรง ผมจะใช้วิธีไปเปิดไฟล์อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องซ้ำๆกันหลายๆครั้ง อาจจะใช้วิธีการ copy ไฟล์เดียวกัน เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยน location แล้วก็เปิดมันเข้าไป แล้วชื่อไฟล์ที่คุณต้องการลบมันจะหลุดออกจาก list ออกไปเอง แต่ถ้าวิธีการลบตรงๆเลย สำหรับโปรแกรมบน Windows ก็ตามนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลุย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลุยคือ ส่วนใหญ่ทุกโปรแกรมมันจะเก็บค่าไว้ใน Registry ของ Windows ดังนั้น เราต้องใช้โปรแกรม Registry Editor เพื่อเข้าไป edit และลบค่าบางตัวทิ้ง ทั้งนี้ในการรันให้ก็พิมพ์แค่ regedit ลงไปในช่อง Start> Run.. หรือไม่ก็ช่อง search ของ Win7 ทั้งนี้การรันตัว windows จะอนุญาตให้รันได้เฉพาะ user ที่มีสิทธิ์ administrator เท่านั้น ดังนั้นถ้าเป็น user ธรรมดา ก็คงจะต้องทำใจครับ มันแก้ได้แต่คงจะลำบาก

และการแก้ไข Registry ถ้าแก้ผิดมันก่อให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นควรจะ backup ตัว key ที่คุณจะเข้าไปลุยก่อนโดยการ click ขวา ที่ตัว key (ที่หน้าตาเหมือน folder) แล้ว export ไฟล์ .reg ออกมา

ผมถือว่าคนที่จะเข้าไปในเล่นกับ Registry ของ Windows น่าจะมีความรู้มาแล้วระดับหนึ่งผมจะไม่อธิบายมาก สำหรับมือใหม่ก็ลองเลื่อนไปอ่านวิธีการ step-by-step ของ Adobe Reader ไว้เป็นตัวอย่างครับ ส่วนที่เหลือผมจะบอกแค่ตำแหน่งของ key และ value ที่จะต้องเข้าไปลบ

นอกจาก Registry แล้วบางโปรแกรม เช่น VLC, Firefox และอื่นๆ  จะเก็บค่าไว้ในไฟล์ ที่อยู่ภายใต้ C:\Documents and Settings\<<<YOUR USER NAME>>>\Application Data\<<< APPLICATION NAME>>> สำหรับ WinXP และ C:\Users\<<<YOUR USERNAME>>>\AppData\Roaming\<<< APPLICATION NAME>>> สำหรับ Win7 อันนี้ก่อนเล่นก็ back up ไว้ก็ดีเช่นกันครับ

และตามเคย “try it at your own risk” นะครับ

Adobe Reader

ตัว recent file ของ Adobe มันอยู่ใน registry key ของ windows ในส่วน HKEY_CURRENT_USER\Software\Adobe\Acrobat Reader\10.0\AVGeneral\cRecentFiles โดย 5 ไฟล์ล่าสุดที่เพิ่งเปิดจะถูกเขียนอยู่ใน key ที่ชื่อ c1 ไล่ไปจนถึง c5 โดย c1 คืออันล่าสุด ส่วน c5 คืออันเก่าสุด วิธีการก็คือลบ key เหล่านี้ทิ้งให้หมด แต่ก่อนลบแนะนำว่า export ตัว registry ก่อนก็ดีนะครับ เพื่อว่ามีปัญหา

วิธีการ step-by-step

1. XP: Start > Run.. > regedit.exe หรือถ้า Win7 ก็ Start > regedit.exe ได้เลยไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Adobe\Acrobat Reader\10.0\AVGeneral\cRecentFiles
2. ถ้าต้องการ backup ก่อนจะลบ ก็ click ขวา ที่ตัว cRecentFiles > Export > แล้วก็เลือกที่ save ซะ ถ้าไม่ต้องการ backup ก็ข้ามไปข้อถัดไป
3. ลบ key c1 ถึง c5 ซะ เลือกแล้วก็กด delete แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน
4. หมายเหตุ: ถ้า user คุณไม่มีสิทธิ์ admin วิธีการเหล่านี้ก็ใช้ไม่ได้นะครับ เพราะคุณไม่มีสิทธิ์รัน Registry Editor (regedit.exe)

Microsoft Word / Excel / Powerpoint

ตัว recent ไฟล์ของโปรแกรมในตระกูล office ก็เก็บค่าไว้ใน registry เช่นกัน ถ้าเป็นของ Office 2007/2010 จะเก็บค่าเป็น value ที่เป็นลำดับตัวเลขที่ชื่อว่า “Item”  ภายใน key “File MRU” ตำแหน่งของ key อยู่ตามข้างล่างนี้ แต่ถ้าเป็น Office 2003 จะต่างกันคือมันจะเก็บภายใต้ key ที่ชื่อ “Recent Files” ด้วย value เป็นลำดับตัวเลขที่ชื่อว่า “File”

  • MS Office 2003

    • Word 2003: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\11.0\Word\Recent Files
    • Excel 2003: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\11.0\Excel\Recent Files
    • PowerPoint 2003: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\11.0\PowerPoint\Recent Files
  • MS Office 2007

    • Word 2007 : HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\12.0\Word\File MRU
    • Excel 2007: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\12.0\Excel\File MRU
    • PowerPoint 2007: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\12.0\PowerPoint\File MRU
  • MS Office 2010

    • Word 2010: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\14.0\Word\File MRU
    • Excel 2010: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\14.0\Excel\File MRU
    • PowerPoint 2010: HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\14.0\PowerPoint\File MRU

VLC Media Player

VLC จะเก็บค่าไว้ในไฟล์ vlc-qt-interface.ini ซึ่งสามารถเิปิด edit ได้ด้วย text editor ทั่วไปอย่าง Notepad ส่วนค่าที่บันทึกไว้จะเก็บไว้ที่ส่วนที่ชื่อว่า “[RecentsMRL]” และตามด้วย key “list=…” สิ่งที่ต้องทำคือ ข้อความตั้งแต่ “list=…” ไปจนถึงตำแหน่งของไฟล์ตัวสุดท้ายภายใต้ list นี้ หรือจะเลือกลบเป็นบางไฟล์ก็ได้ก็ลองมองหาๆดู

แต่ เดี๋ยวก่อน ถ้าจะต้องการลบทั้งหมดมันมีวิธีการลบมันง่ายกว่านี้นะครับ จริงแค่ ไปที่ menu “Media” > “Recent Media” > “Clear” แค่นี้ก็จบแล้วไม่ต้อง hardcore มานั่ง edit ไฟล์หรอก 555 เว้นแต่ว่าต้องการจะเนียนลบเฉพาะไฟล์ “หนังเฉพาะ” ที่รู้ๆกันออกเหลือเฉพาะไฟล์หนังทั่วๆไปไว้จะได้ไม่มีใครสงสัยก็ลองดู

ตำแหน่งของไฟล์ vlc-qt-interface.ini

  • Win XP: C:\Documents and Settings\<<<YOUR USERNAME>>>\Application Data\vlc\vlc-qt-interface.ini
  • Win 7: C:\Users\<<<YOUR USERNAME>>>\AppData\Roaming\vlc\vlc-qt-interface.ini

Media Player Classic

MPC เก็บค่าไว้ใน key “Recent File List” (HKEY_CURRENT_USER\Software\Gabest\Media Player Classic\Recent File List) โดยใช้ value “File” เป็นตัวเก็บ

ทางเลือกคือ จะเข้าไปเลือกลบ value ภายใต้ key นี้ จะลบทั้งหมดหรือเลือกลบก็ลองๆดูครับ

และถ้าต้องการลบตัว recent files ทั้งหมด ก็เช่นกัน มีวิธีที่ง่ายกว่า คือไปที่ menu “File” > “Recent Files” > “Clear List”

Creative Commons License
Creative Commons Attributions 3.0

 
Leave a comment

Posted by on August 26, 2011 in Computer

 

(draft) Offline/Standalone/Full Installers

It’s very frustrating that many software companies do not just let us download their software setup packages and just install by ourselves offline. They always require us to get “the downloader” which later download the same package file from the website. I know that’s good for general users who may not know the correct version of software for their OSes. That’s not cool at all especially for any IT supports who want to do install for all at once.

Here are a collection of offline software installer for Windows.

::Google Chrome Offline Installer

You may download Google Chrome Offline/Standalone/Full Installer from either of these.

:: Adobe Reader X Offline Installer

The best way to download Adobe Reader is to download from FTP.

For the latest version 10.1.0 (Aug 25,11) is

:: Adobe Flash Player Offline Installer

:: Skype Offline Installer

:: Windows Live Messenger Offline Installer

Windows Live Essential 2011

Windows Live Essential 2009 (14.0.8117.416) (Latest version supported in XP)

:: Java Runtime Environment (JRE)

To download offline version, you may go to http://www.java.com/en/download/manual.jsp, instead of clicking “Free Java Download” button.

 

 
Leave a comment

Posted by on August 24, 2011 in Uncategorized

 

Fun Quiz: 1 Round Cake, 5 Kids, 3 Knive Cuts, How?

วันก่อน มี status หนึ่งของพี่คนหนึ่งใน fb เขียนถึงโจทย์แบ่งเก้าอี้ เอ้ย แบ่งเค้ก ตอนแรกอ่านๆแล้วก็ถึงโจทย์เก่าโจทย์หนึ่งที่เกี่ยวกับ เค้ก 1 ก้อน เด็ก 8 คน และหั่น 3 ครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แต่เป็น

เค้ก 1 ก้อนกลม ตัดแบ่งให้แก่เด็ก 5 คนอย่างเท่าๆกัน โดยตัดแบ่งโดยใช้มีดปกติ ได้แค่ 3 ครั้ง ถามว่าจะแบ่งยังไง?

[ ลองเอาคิดให้นั่งปวดหัวเล่น ก่อนเลื่อนลงมาดูเฉลยข้างล่าง แล้วกัน]

.

.

.

.

.

.

.

ถ้าคุณพยายามที่จะใช้มีดหั่นตัดขวางลำตัวเค้ก แบบโจทย์เด็ก 8 คน คิดว่าคงจะไม่ใช่ ถ้าลองมองโจทย์เค้ก มันมีแนวคิดพื้นฐานอยู่ว่าทุกครั้งที่คุณตัดเค้กจำนวนชิ้นของเค้กจะเพิ่มขึ้นทีละ 1 ถ้าคุณตัดไม่ตัดกับแนวตัดเดิม และ ถ้าคุณตัดเค้กไปตัดกับแนวตัดเดิมมัน จำนวนชิ้นมันจะต้องเพิ่มขึ้นในอัตรา x 2 ในทุกๆ crossing ในกรณี คือ ตัด 5 ชิ้น แสดงว่าจะต้องมีการตัด 2 ครั้งแน่ๆที่ต้องตัดกัน และอีก 1 ครั้งที่ไม่รู้จะตัดยังไง และในการเพียงตัดครั้งเดียวเพื่อให้ได้ชิ้นที่ 5 ซึ่งนั่นคือไม่ตัดขวางกับรอยตัดเก่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ขนาดเท่ากันกับก้อนอื่น(หรือได้ฟะ???) ดังนั้นงานนี้คงต้องคิดนอกกรอบนิดหนึ่งนั่นคือ โจทย์ขอให้ได้มีปริมาณเท่ากัน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่ชิ้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาคือยัดเยียดให้ไอ้คนที่ 5 ได้ 2 ชิ้น ที่รวมแล้วเท่ากับคนอื่นๆ

เค้ก 1 ก้อน 360 องศา นั่นคือ ถ้าจะแบ่ง 5 ชิ้น แต่ละชิ้นที่เท่ากันจะต้องเป็น 360/5 = 72 องศา และวิธีการตัดคือ

  1. ตัดครั้งแรกแบ่งครึ่งก้อนเลย จะได้ 2 x 180
  2. ตัดครั้งที่ 2 ผ่านจุดศูนย์กลางให้ได้ทำมุม 36 องศากับรอยตัดในครั้งแรก เราก็จะได้ 36+144+36+144
  3. ตัดครั้งที่ 3 ผ่านจุดศูนย์กลางให้หั่นครึ่งระหว่าง 144 ทั้ง 2 ด้านก็จะได้ 36+72+72+36+72+72
  4. แบ่ง 4×72 ให้เด็ก 4 คนคนละชิ้น และก็ 2×36 ให้เด็กคนที่ 5

ผมว่ามันน่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้นะ อาจจะตัดเป็น 72 ก่อน แล้วค่อยแบ่ง 108 เป็น 72+36 ทีหลังก็ได้

แต่………

เฉลยมันมาเหนือชั้นกว่า เพราะผมยังคิดนอกกรอบไม่พอ คือ

  1. ตัดครั้งแรกแบ่งครึ่งก้อน
  2. ตัดครั้งที่ 2 แบ่งครึ่งตั้งฉากกับ 2 ก้อนแรกทำมุม 90 องศา
  3. เอามีเสียบคนที่ 5 ซะ (ครั้งที่ 3) แล้วก็แบ่งเค้ก 4 ก้อน ให้เด็ก 4 คนที่เหลือ. o_O”
 
Leave a comment

Posted by on August 17, 2011 in Misc

 

Cannot run any .exe file in Windows

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนต้องไปแก้ปัญหาเรื่องไวรัส โทรจัน และก็โปรแกรมพวก Fake AntiVirus ทั้งหลายอย่างพวก Total XP Security และอื่นๆ ทำให้รู้เพิ่มเติมถึงแม้ว่าเปอร์เซนต์ของผู้ที่ใช้ Firefox/Chrome จะสูงขึ้นมาก แต่ทว่าหลายคนยัง IE กันอีก ทั้งๆที่ทาง U เองพยายามให้ใช้ Firefox หรือไม่ก็ Chrome แทน และทุกครั้งที่ผมติดตั้งเครื่องคอมใหม่ ผมจะเอา unpin IE และเอา FF มา pin แทนแถมเอา shortcut IE ไปซ่อนๆด้วยอ่ะนะ 555 แต่อ่ะนะ ผมว่าปัญหาหนึ่งที่เป็นเหมือนกันอยู่ทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะ เวบสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งในไทย บริการ eBanking ธนาคารพาณิชย์ (เมื่อก่อนผมมีปัญหามากกับค่ายสีน้ำเงินส้ม จนต้องมานั่งสร้าง User-Agent ปลอมๆไปหลอกเวบไซต์) และส่วนใหญ่ของเวบราชการทั้งหลายที่ยังยึดติดกับ IE อยู่ ที่นี่ก็มีบางเวบที่เก่าๆเช่นกันที่เป็นอย่างนั้น … แต่ขนาดในเมกาก็ยังเจอปัญหาเดียวกันเล้ย … นั่นก็เลยเป็นสาเหตุที่หลายคนก็ยังคงใช้ IE กันอยู่และก็ทำให้ติดพวก malware มาอย่างไม่รู้ตัว อ่อ อาจจะมีบางคนเถียงว่า อย่าเอาไปเทียบกับ IE เวอร์ชั่นเก่าๆสิ มันไม่ยุติธรรม สิ่งที่จะบอกคือ เครื่องที่ผมไปแก้ปัญหานั้นมัน IE8 นะ  …โอเค เข้าเรื่องดีกว่า

จริงๆปัญหาครั้งนี้ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากว่ามันเกิดจากอะไรเพราะ ผมไม่ได้เป็นไม้แรกในการแก้ปัญหาอ่ะนะ ผมจัดการต่อจากเพื่อนร่วมงาน จากที่รู้คร่าวๆคือ เครื่องนี้เป็น WinXP ติด trojan และ ติด Fake AntiVirus เพื่อนผมมันเลยใช้ Malwarebytes จัดการมันไปก่อน และใช้ Symantec จัดการมันต่อตอนอยู่ safe mode พอแก้ปัญหาเสร็จดูเหมือนว่า user จะไม่สามารถ double-click โปรแกรมใดๆได้เลยทั้งจาก shortcut และไฟล์ .exe โดยตรง ผมเดาว่าน่าจะเป็นปัญหาจาก registry ในส่วน file association อาจจะเป็นไปได้ว่าไอ้ trojan และ FA มันเข้าไปแก้การเรียกใช้ exe ให้ไป assoc กับโปรแกรมมัน หรืออะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ เอาเป็นว่าพอกำจัดตัวปัญหาไปแล้ว มันไม่ได้แก้ registry คืนกลับมาให้ ผลคือไม่ว่าจะเรียกโปรแกรมไหนสักโปรแกรมรันไม่ได้สักตัว ทั้งผ่านทาง shortcut และตัว .exe โดยตรง

พอผมเข้าไปดู ก็พอเข้าใจว่าปัญหามันอยู่ที่ registry ก็เลยลองเล่นง่ายๆจากไป set ตัว File Association (WinXP: Any folder > “Tools” menu> “Folder Options” > “File Types”, Win 7: Control Panel > Default Programs -> Set Associations) เลยพยามสร้าง file type .exe ขึ้นมาโดยกำหนดให้ Associated File Type: เป็น Application ซึ่งมันก็ไม่ work พยายามเปลี่ยนเป็นตัวอื่นที่ใกล้เคียงๆแล้วก็ไม่ work อีก คราวนี้พอจะเข้าไปเล่นตัว Registry Editor (regedit.exe) เชี้ย แมร่งเสือกรันไม่ได้อีก ทำไงดีวะ ก็ google เอาอีกตามเคย ไปเจอคนทำตัว registry ไว้สำหรับแก้ปัญหาตัวนี้ไว้พอดี ที่ http://filext.com/faq/broken_exe_association.php ก็เลยโหลดตัว registry WinXP_EXE_Fix.reg มาลองดู ปรากฏว่าได้ผลแหะ แต่งงที่ ทำไมมันเรียก .reg เพื่อไป apply ลง registry ได้ทั้งๆที่ Regedit มันเรียกใช้งานไม่ได้

ส่วนตัว registry ทีว่า มีข้อมูลข้างในดังนี้

 Windows Registry Editor Version 5.00

[HKEY_CLASSES_ROOT\.exe]
@="exefile"
"Content Type"="application/x-msdownload"

[HKEY_CLASSES_ROOT\.exe\PersistentHandler]
@="{098f2470-bae0-11cd-b579-08002b30bfeb}"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile]
@="Application"
"EditFlags"=hex:38,07,00,00
"TileInfo"="prop:FileDescription;Company;FileVersion"
"InfoTip"="prop:FileDescription;Company;FileVersion;Create;Size"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\DefaultIcon]
@="%1"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shell]

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shell\open]
"EditFlags"=hex:00,00,00,00

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shell\open\command]
@="\"%1\" %*"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shell\runas]

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shell\runas\command]
@="\"%1\" %*"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex]

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex\DropHandler]
@="{86C86720-42A0-1069-A2E8-08002B30309D}"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex\PropertySheetHandlers]

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex\PropertySheetHandlers\PEAnalyser]
@="{09A63660-16F9-11d0-B1DF-004F56001CA7}"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex\PropertySheetHandlers\PifProps]
@="{86F19A00-42A0-1069-A2E9-08002B30309D}"

[HKEY_CLASSES_ROOT\exefile\shellex\PropertySheetHandlers\ShimLayer Property Page]
@="{513D916F-2A8E-4F51-AEAB-0CBC76FB1AF8}"

Reference: http://filext.com/faq/broken_exe_association.php

Useful Links:

Case Info:

  • Microsoft Windows XP
  • .exe cannot be run
  • Registry problem
 
Leave a comment

Posted by on August 5, 2011 in Computer