RSS

Privacy Alert : iPhone Photo GPS Info

10 Jan

เมื่อวันก่อน ผมเข้าไปเล่นเวบบอร์ดแห่งหนึ่งตามปกติ บังเอิญมีสมาชิกคนหนึ่งโพสรูปภาพส่วนหนึ่งแชร์ไว้บนบอร์ด พอผมเหลือบไปเห็นชื่อไฟล์เป็นขึ้นต้นด้วย IMG_xxxx.JPG ก็เลยเกิดความสงสัยว่าสมาชิกท่านนี้ไปถ่ายภาพนี้มาได้ยังไง ซึ่งจากประสบการณ์กล้องที่ใช้ถ่ายก็ไม่เป็น Canon ไม่งั้นก็เป็นกล้องมือถืออย่าง iPhone (ถ้าเป็น Sony, Nikon จะขึ้นต้น DSC ถ้าเป็น Olympus จะขึ้น P, ถ้าเป็น Fuji ก็ DSCF) ด้วยความสงสัยว่าใช้ตัวไหนกันแน่ ก็เลย save ภาพมาแล้วก็เปิดดู Exif ผลปรากฏคือ มันบอกซะเสร็จสรรพว่าถ่ายด้วย iPhone 4 ด้วย iOS 5.0.1 รวมไปถึงวันและเวลาถ่ายซึงก็เป็นเรื่องปกติทีมันมีใน Exif มานานแล้ว …. แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไปและไม่คิดว่าจะได้เห็นคือ GPS Location คือโดยปกติก็รู้นะว่าภาพทุกภาพที่ถ่ายด้วย iPhone 3G ขึ้นไป (ยกเว้น Capture Screen) มันจะติดข้อมูลของ GPS มากับภาพด้วย ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูใน Camera Roll เราสามารถเลือกดูเป็น Pin Point บน map ของภาพทั้งหมดของเครื่องเราได้

จริงๆ ผมชอบนะที่เวลาถ่ายภาพแล้วมันฝังตำแหน่ง GPS ลงไปในภาพด้วย เพราะนานๆไป ผมก็เกิดอาการลืมเหมือนกันว่าไอ้ภาพนี้ถ่ายที่ไหน แต่…. สำหรับบางภาพ บางเหตุการณ์ บางสถานการณ์ เราก็ไม่อยากให้มีข้อมูลเหล่านี้ติดลงไปในภาพด้วย จริงปะ 555 โดยเฉพาะเวลาที่ต้องแชร์ภาพเหล่านี้กับคนอื่นๆ เพราะข้อมูลเหล่านี้ บางทีอาจจะสร้างผลเสียต่อคุณในภายหลังได้ ซึ่งอาจจะข้อมูลเรื่องวันเวลาถ่ายรวมถึงสถานที่ใน GPS ด้วย ซึ่งท้ายสุดผมก็ PM ไปเตือนเจ้าของภาพเรื่องข้อมูลอาจจะรั่วได้

Which iPhone photos contain GPS info?

ภาพทุกภาพที่ถ่ายภาพอย่างปกติด้วย iPhone รวมไปถึงใช้ App สำหรับถ่ายภาพอื่นๆอย่าง Camera+

ใน iPhone 4 ผมสังเกตว่าภาพไหนที่ถ่ายภาพผ่านทาง Whatsapp หรือได้รับจาก Whatsapp จะไม่ปรากฏข้อมูล GPS ติดมาด้วย และรวมไปถึงภาพที่ได้จากการ Capture Screen ของ iPhone เองก็ไม่ระบุตำแหน่ง GPS มา

How to remove Exif info (including GPS info) from photos

1. Export ภาพนั้นเป็นไฟล์ jpg อีกไฟล์ผ่านโปรแกรมแต่งภาพ

เช่น Microsoft Paint, Photoshop หรือ ACDSee ที่บอกให้ Export หรือจะ Convert เป็นไฟล์สกุลเดิมก็แล้วแต่เพราะโปรแกรมจะเขียนไฟล์ภาพขึ้นมาใหม่โดยไม่ใช้ Exif เดิมที่มีอยู่ ในกรณีของ Paint ก็ให้เลือกเป็น Save As. ถ้าอย่างของ Photoshop แนะนำให้ใช้เป็น “Save for Web and Devices” หลังจากได้ภาพมาแล้วก็ double check อีกทีว่ายังมีข้อมูลอยู่หรือเปล่า

2. ลบค่า Exif หรือ Metadata ออกจากรูปโดยตรง

จริงๆวิธีนี้ผมไม่ค่อยเชียร์เท่าไร ผมแนะนำให้เก็บภาพ Original ไว้แล้ว export ภาพไปให้คนอื่นอีกทีจะดีกว่า แต่ถ้าจะลบก็ใช้โปรแกรมที่ใช้ edit Exif ฟรีๆ อย่าง EXIFer (เข้าไปที่เมนู EXIF/IPTC > Remove) หรือ ExifTool GUI for Windows

หรือจะเอาให้ง่ายสุดก็ใช้บริการผ่านเวบ Exifremover.com แค่ upload รูปไปที่ web แล้ว download รูปกลับลงมา แต่…ผมก็ไม่ค่อยจะไว้วางใจไอ้บริการนี้เท่าไรว่ารูปคุณจะไม่หลุดออกไปที่อื่นๆ

How to get GPS info from iPhone photos

1.

Windows

Windows XP ให้คลิ๊กขวาที่ไฟล์ภาพ -> “Properties” -> tab “Detail”
– Windows 7 ให้คลิ๊กขวาที่ไฟล์ภาพ -> “Properties” -> tab “Summary” -> คลิ๊กที่ “Advanced >>”
แล้วมองหาส่วนของ GPS Information

Mac

– ให้เปิดภาพด้วย Preview -> Tools -> Show Inspector -> tab “(i)” button -> GPS
เพิ่มเติมสำหรับ Mac

2. ตัวอย่างเช่น

GPS
Latitude    39; 57; 2.99999999999998295
Longtitude 75; 11; 36.5999999999976731

ในบางครั้งมันอาจจะมีส่วนของ Altitude หรือความสูงของพื้นที่มาให้ซึ่งเราจะไม่ได้ใช้กัน ก็ไม่ต้องสนใจมัน

How to use this iPhone GPS info in Google Map

ออกตัวไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้มีความรู้ด้าน GPS โดยตรง แต่เท่าที่ผมสังเกตและหาข้อมูลมา ผมเห็นว่ารูปแบบของ GPS coordinate จะมีอยู่ 2 แบบ คือ DD (Decimal Degree หรือ NAD83) และ DMS (Degree Minute Seconds หรือ WGS84) ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งของกรุงเทพ คือ

DMS:   13° 45′ 8″ N, 100° 29′ 38″ E
DD:      13.752222,   100.493889

DMS และ DD สามารถแปลงกลับไปกลับมาผ่านสูตรคำนวณ หรือไปคำนวณได้ที่เวบของ FCC (http://transition.fcc.gov/mb/audio/bickel/DDDMMSS-decimal.html)

การจะใช้ข้อมูลจาก iPhone ซึ่งใช้ระบบ DMS อาจจะต้องใช้กึ๋นนิดหน่อย เพราะ iPhone ใช้คือ DMS ซึ่งมันต้องมีการกำหนดว่า Latitude เส้นนั้นอยู่บนเส้นศูนย์สูตร (N) หรือใต้เส้นศูนย์สูตร (S) หรือว่า Longtitude อยู่ซ้ายของเส้นทางซีกโลกตะวันตก (W) หรือ ซีกโลกตะวันออก (E) แต่ iPhone มันใส่มาเฉพาะตัวเลข

ถ้า อยากจะให้ Google มันมั่วให้เลยก็แค่ copy ข้อมูล “39 57 2.99999 75 11 36.59999” ไปใส่ช่อง search ของ Google Map เลยก็ได้ ถ้ามันโผล่ไปอยู่กลางทะเลหรือกลางป่ากลางเขาที่คิดว่าไม่ใช่ก็ต้องใส่ข้อมูล N E W S ลงไปให้มันด้วย  (ตัวเลขตัวที่ 3 ที่เป็นทศนิยมคุณจะพิมพ์มันทั้งหมด 16 ตำแหน่งเลยก็ได้ หรือจะเอาแค่ 4-5 ตำแหน่ง ผลที่ได้แทบไม่แตกต่างกันเลย)

คราวนี้จะรู้ได้ยังไงละว่าควรจะใช้ N หรือ S สำหรับ Latitude หรือ W หรือ E สำหรับ Longitude ถ้าเก่งแผนที่โลกหน่อยก็พอเดาได้ว่าประเทศไทยมันอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร และอยู่ด้านตะวันออกเพราะเวลา GMT +7 เพราะฉะนั้นก็ควรใช้ N และ E ตามหลังค่าของ Latitude และ Longitude ตามลำดับ  และถ้าสังเกตุดีจะพบว่าพิกัดของประเทศไทยมักจะวนๆแทบๆ 13 กับ 100 ตลอดเลย

แต่ถ้าเป็นพิกัดของ US ก็ต้องใช้เป็น N และ W แทน  ซึ่งตัวเลขพิกัดที่ให้ไว้ข้างบนคือ 39 57 2.99999 75 11 36.59999 เป็นพิกัดที่อยู่ใน US ถ้าจะให้ถูก จะต้องเติม “39 57 2.99999 N 75 11 36.59999 W” แล้วไป search ใน Google Map เอา ก็จะได้เป็นตำแหน่งของอาคาร Houston Hall ของ UPenn ใน US

และถ้าจะต้องการจะพิมพ์ใน URL ตรงๆก็จะได้ว่า

http://maps.google.com/maps?q=39+57+2.99999999+N+75+11+36.59999999+W

Advertisements
 
Leave a comment

Posted by on January 10, 2012 in Uncategorized

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: