RSS

Category Archives: Business

CHIP Thailand (copyright-infringedly) cloned Blognone articles

ขณะนี้เวลาตี 2.52 (GMT -5) ซึ่งมันควรเป็นเวลานอนปกติของคนทั่วไปได้แล้ว

แต่บังเอิญ ผมดันไปติดลมอ่านบทความของ @markpeak เรื่อง สามก๊กไอที ระหว่าง Google / Apple / Microsoft และก็ไปสะดุดตากับ comment ของคุณ kraivit ที่เป็นแค่ link ไปยัง website ของ CHIP Thailand แต่นั่นก็พอที่จะทำให้เรื่องมันร้อนได้ เพราะนิตยสารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนิตยสาร IT ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย คัดลอกบทความจาก Blognone กันโต้งๆชนิดตัวอักษรต่อตัวอักษร ก็คิดดูว่าขนาดความเห็นส่วนตัวของ @markpeak ยังเอาไปใส่เลย … แต่นี่ไม่ใช่แค่ article ที่โดนคัดลอก เพราะข่าวโดนส่วนใหญ่ในหน้า news ของ CHIP Thailand ล้วนแต่ copy & paste มาจาก Blognone เกือบทั้งหมด รวมถึงข่าวหลายชิ้นของ @arjin ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งแปลด้วย

ปัญหามันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า CHIP Thailand ให้เครดิตกลับมายัง Blognone เนื่องจากทางเวบไซต์ประกาศใช้ลิขสิทธิ์ประเภท Creative Common 3.0 ชนิด BY ซึ่งเป็นแบบใจดีสุด คือให้ คัดลอก, แก้ไข, เผยแพร่ และใช้ในทางธุรกิจได้ ภายใต้เงื่อนไขเดียวคือ ให้เครดิตกลับมาเท่านั้น ดังนั้นในกรณีนี้ CHIP Thailand ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์เต็มประตู

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องลักษณะนี้ แต่ถือว่าเป็นครั้งร้ายแรงในความรู้สึกผม เพราะ CHIP Thailand คือนิตยสารที่ผมติดตามซื้อและอ่านทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรกสุดที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2544 จนถึงฉบับกลางปีที่แล้ว กลับมีพฤติกรรมในลักษณะนี้

ในฐานะ contributor คนหนึ่งที่เขียนข่าวลงใน BN เนี่ย การแปลและเรียบเรียงข่าวจากเวบไซต์ต่างประเทศนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันกินเวลาและแรงงานของคนเขียนข่าวนั้นๆ ผมแปลข่าวหนึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที กว่าจะเรียบเรียงให้เป็นภาษาคนอ่านรู้เรื่องอีก ทั้งหมดก็รวมๆกันเกือบชั่วโมงต่อข่าว แต่ การ copy & paste นั้นกินเวลาอย่างมากสุดก็แค่ ลากแถบสี กับ กด Ctrl+C และ Ctrl+V

ล่าสุด หลังจากเก็บหลักฐานทั้งหมดมา ก็พบว่าข่าวใหม่ก็ยัง copy & paste เช่นเดิม แต่คราวนี้มีการ add ที่มาพร้อม link ของ Blognone ไว้ท้ายข่าว …. แต่ส่วนหัวด้านบนก็ยังเป็น “Written by กองบรรณาธิการ” เช่นเดิม … ทั้งที่มันไม่ใช่ อย่างไรก็ดีข่าวเก่าๆที่ไปคัดลอกจาก Blognone มา ณ ตอน blog นี่ ก็ยังไม่เห็นปรากฏ การแก้ไขในส่วนของ credit เลย

หากเรื่องราวในครั้งนี้เกิดต้องจบลงเป็นคดีความจริงๆ ผมก็ได้แต่หวังว่า คำชี้แจงคงไม่ใช่ “เป็นฝีมือของเด็กฝึกงาน” นะครับ

Update: July 1, 2011:

เรื่องนี้เหมือนจะจบด้วยดี (อย่างน้ำขุ่นๆ?) เมื่อมีบุคคลอ้างว่าเป็นทีมงานของ CHIP Thailand ออกมายอมรับว่าผิดพลาดจากการดึง RSS feed จาก Blognone ทำให้ไม่มี link ที่มาของ Blognone ตลอดจนไม่มีเครดิตผู้เขียนข่าว … เหตุผลเป็นจริงและฟังดูดีครับ … แต่ไม่ substantiate เท่าไร (อารมณ์ประมาณโจทย์ Argument Writing ของ GRE เลย) โดยเฉพาะภาพประกอบที่ใส่มาในข่าวส่วนที่ CHIP ใส่ประกอบในข่าว ไม่ใช่ภาพที่ถูก feed มาจาก BN แต่เป็นภาพที่ใส่ประกอบในข่าวเองอย่าง manually และ ถ้าเป็นจริงอย่างที่ว่า …. ทำไมถึง ไม่ manually ใส่ ที่มาข่าวด้วยล่ะครับ? และถ้าท่าน iPats และท่านอื่นๆ ไม่ระดม post comment ในหน้าข่าวต่างๆของ CHIP กล่าวทำนองไม่รู้สึกอายบ้างเหรอที่ copy คนอื่นมา รวมถึงที่ mk แจ้งไป… ทีมงานของ CHIP จะยอมแก้ไขจริงๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าคิดครับ คงไม่มีใครรู้ดีมากกว่าทีมงานเองครับ แต่ผมว่าเป็นเรื่องกังวลนะครับ ว่าสื่อใหญ่ๆในบ้านเรายังมีปัญหากับการ citation…. บางทีอาจจะเป็นเรื่องเราเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้มั้ง บางทีทีมงานอาจจะ code ระบบหาภาพแบบอัจฉริยะมาใส่ให้เกี่ยวข้องกับข่าวหรือแม้แต่ไปดึงภาพจากข่าว Blognone ข้างๆที่เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย มาใส่ในข่าวนั้นๆได้จริงๆก็เป็นได้ และคงเป็น code ที่เก่งมากที่เลือกจะประหยัดพลังงานการทำงานของ server ให้ดึง feed และ post ข่าวได้ในช่วงเวลากลางวันอย่างเดียว เพราะรู้ว่าส่วนใหญ่ตอนกลางคืนคนจะนอนหลับและคงไม่ได้อ่านข่าวกัน สุดยอดครับ ขอปรบมือให้

อย่างไรก็ดีตอนนี้ข่าวหลายข่าวใน CHIP เองก็มีการอ้างอิงกลับมายัง BN แล้ว มีชื่อผู้เขียนข่าว และเริ่มมีการเขียนข่าวด้วยตัวเองแล้วด้วย ยังไงก็….. หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับทุกฝ่ายนะครับ … และทุกอย่างย่อมมีความผิดพลาดครั้งแรกกันได้เป็นเรื่องธรรมดา

ฝากไว้อีกเรื่องในการเขียนงานเขียนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นแค่ article หรือ research paper ก็ตาม professor ผม ที่นี้ สอนว่า หากคุณไม่มั่นใจว่าจะมีปัญหาภายหลังหรือไม่ … จง citation ไว้ก่อน… เพราะใส่ไปเกินๆ ดีกว่าขาดและวุ่นวายภายหลัง

Note:

  • CHIP is one of the most popular IT magazines originated in Germany.
  • CHIP Thailand is a franchised magazine locally operated by VBT Communications Co.Ltd. in Thailand.
  • Case Brief: CHIP Thailand violated “Creative Common 3.0 – BY” copyright by duplicating Blognone articles without referral. This blog is intended to explicitly display evidences of this illegal action shown in the capture screens above.
 
1 Comment

Posted by on June 30, 2011 in Business, Misc

 

AT&T to buy T-Mobile

ให้ตายสิพระเจ้าจอร์จ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน WD เพิ่งซื้อ Hitachi ไป ถัดมา 2 วัน Sprint ประกาศว่าจะซื้อ T-Mobile และเมื่อวานนี้ AT&T ประกาศว่าซื้อ T-Mobile แล้ว รู้สึกเริ่มต้นปีก็เริ่มจะส่อแววซ้ำเหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อนที่ บริษัทควบรวมกันเป็นว่าเล่น แต่ความแตกต่างคือ ตอนนั้น มันมี factor หลักคือเรื่อง ปัญหาเรื่อง Financial Crisis (เนื่องจาก sub-prime) ไม่ใช่เรื่องทางธุรกิจ

ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ผมว่าในโลกนี้ มันมักจะแบ่งค่ายกันตามเทคโนโลยีที่ใช้ น่าจะแบ่งได้เป็น 3 ค่ายหลักคือ GSM (GSM/WCDMA/HSPA/LTE), CDMA ((IS-95/CDMA2000-1x-EVDO/EV-DV/LTE) และก็ค่ายอื่นๆ อย่างพวกในญี่ปุ่น พวก FOMA

บ้านเรามี players ในตลาดแค่ 4 ราย คือ AIS, DTAC, True และ TOT (แต่ตอนนี้ True ก็ซื้อ Hutch ไปแล้วอ่ะนะ) โดยแบ่งเป็นค่าย GSM 4 ราย คือ AIS, DTAC, True และ TOT อย่างที่รู้กัน ส่วน ฝั่ง CDMA คือ Hutch เพียงเจ้าเดียว จริงๆก็มีรายย่อยๆที่เป็นประเภท MVMO อย่าง i-Mobile, 365 บ้าง

ใน ธุรกิจโทรศัพท์มือถือใน US ก็คล้ายๆกัน เพียงแต่มี players หลายรายมาก ถ้านับทั้งหมด ผมว่าหลักหลายสิบได้ เพราะมี MVMO เยอะมาก แต่ player หลักๆ เจ้าบิ๊กๆ ในตลาดมีเพียงแค่ 4 เจ้า คือ  AT&T (GSM) , T-Mobile (GSM), Verizon (CDMA) และ Sprint (CDMA) ถ้าเทียบตามสัดส่วน marketshare ในตลาดแล้ว Verizon (31.3%) > AT&T (26.6%) > Sprint (12.2 %)> T-Mobile (11.9%)  [1] ถ้ามานั่งมองตามเทคโนโลยีแล้ว แบ่งเป็นข้างละ 2 ราย คือ AT&T + T-Mobile และ Verizon กับ Sprint สำหรับ CDMA ดังนั้น การควบรวมระหว่าง AT&T และ T-Mobile ในครั้งนี้ มันจะทำให้ AT&T กลายเป็นเจ้าตลาดทางฝั่ง GSM รายเดียว  ผมว่างานนี้ AT&T อาจจะเจอศึกหนักกับกฏหมายการผูกขาดในตลาดในเมกา (กรณีจะต่างจากการที่ True ซึ่งเป็นเบอร์ 3 ไปซื้อ Hutch ที่สมัยนั้นเป็นเบอร์ 4 ในตลาด แถมต่างค่ายกันด้วย เพราะผมเชื่อว่าเหตุผลที่ True ซื้อเพราะต้องการ frequency สำหรับ 3G ไม่ใช่ตัวบริษัท) ก็คงต้องรอๆดูกันไป ว่าจะควบกันได้ไหม แต่ถ้ามองด้านคนใช้อย่างเราๆ ผมมองว่าก็คงไม่ดีแน่ๆ เหตุผล คือ ตัวเลือกน้อยลง โดยเฉพาะสำหรับเอเชียๆอย่างบ้านเรา เหตุผลเพราะ GSM ถือว่าเป็นค่ายหลักๆของทั้งทางฝั่งยุโรป และเอเชีย และเมื่อคุณมาเมกา คุณก็มักจะเอามือถือของคุณมาใช้ที่นี่ด้วย แต่ทว่า คุณคงไม่สามารถเลือกเจ้าอื่นได้นอกจาก AT&T ครั้นจะเปลี่ยนค่ายไปทางฝั่ง CDMA คุณก็ต้องเสียเงินซื้อโทรศัพท์ใหม่ ไม่ว่าจะซื้อขาด หรือ contract 2 ปีก็แล้วแต่ ถ้าไม่นับคนที่ต้องการเปลี่ยนมือถืออยู่แล้วนะ

แต่สิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงมากกว่า เรื่องการควบรวม ดูเหมือนจะเป็น network ของ AT&T มากกว่า และ มันรองรับลูกค้าเพิ่มเติมจาก T-Mobile ไหวเหรอ? เพราะแค่ตอนนี้  AT&T ก็รับศึกหนักมาตลอด โดยเฉพาะตั้งแต่มี iPhone มา bandwidth ส่วนใหญ่ ของบริษัทก็ถูกสูบไปใช้มหาศาลแล้ว ทางออกเดียวคือ AT&T จะต้องรีบขยาย 4G Network เผื่อย้ายลูกค้าบางส่วนไปตรงนั้น ไม่งั้น AT&T จะต้องเจอลูกค้าบ่นกันครั้งใหญ่แน่ ทั้งเรื่องความอืด และ call drop.

———————————————- Update: 3/22/11 ——————————————————

ยังไม่ทันจะไรเลย วันนี้ Sprint เตรียมส่งเรื่องเข้า Congress เรื่องการซื้อ T-Mobile ของ AT&T แล้วล่ะสิ ว่าจะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมทางด้านโทรคมนาคม งานนี้ท่าจะยาว  เพราะ มองตัวเลขคร่าวๆแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ของ Sprint ก็คงตกที่นั่งเดียวกับ True ในอดีตที่ market share เตี้ยติดดิน เพราะจะกลายเป็น AT&T 38.5%> Verizon 31.3% > Sprint 12.2%

Reference

[1] “US Mobile Market 2010”, comScore 2010 Digital Year in Review, Feb 2011

[2] “AT&T May Be Haunted by iPhone Network Load in T-Mobile Merger”, Bloomberg

[3] “Sprint Plans Appeal to Congress to Halt AT&T-T-Mobile Deal”, Bloomberg, March 22, 2011

 
Leave a comment

Posted by on March 21, 2011 in Business, News & Articles, Telecom

 

WD took over Hitachi GST

OH, NOOOO!!!  … Another great hard drive gone from market …. again.

จากเท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เพิ่งเริ่มเข้ามาในวงการนี้ใหม่ๆ ตอนได้คอมเครื่องแรกตอน ป.5 (~ ’93) จำได้ว่า Conner เพิ่งโดน Seagate ซื้อไปหมาดๆเลย หลังจากนั้น hard drive ตัวดีๆในตลาดอย่าง Quantum และ Maxtor ก็ค่อยๆโดนเจ้าใหญ่ๆ เขมือบไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้านั่งเรียงตลาดสายแล้วมันแบ่งได้เป็น  3 สายหลัก คือ Seagate, WD และ Toshiba

  1. Conner ->> Quantum ->> Maxtor ->> Seagate
  2. IBM ->> Hitachi ->>  Western Digital (WD)
  3. Fujitsu ->> Toshiba

แล้วตอนนี้ จะเหลือตัวเลือกไหนให้กรูซื้อล่ะวะเนี่ย Seagate, WD, Samsung, Toshiba                                         … สงสัยต้อง Seagate แหงมๆ ที่เหลือ แมร่งดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือในเรื่องความทนสักตัว

Ref:

  1. http://www.blognone.com/news/22285
  2. http://www.hitachigst.com/press-room/2011/western-digital-to-acquire-hitachi-global-storage-technologies

—————————————————– ( 3/16/2011) ——————————————————-

Note ทิ้งไว้ดีกว่า เพิ่งไปอ่านเจอ blog ของ @FordAntiTrust แล้วเพิ่งรู้ว่า Quantum เคยโดน LG take มาแล้วรอบหนึ่งนะเนี่ย และ มี hdd ยี่ห้อ NEC ด้วย http://www.thaicyberpoint.com/ford/blog/id/202/

—————————————————– ( 4/18/2011) ——————————————————-

พระเจ้าจอร์จ และในที่สุด Samsung ก็ประกาศขายกิจการ …. ลองมาลุ้นดูว่า ใครจะเป็นคนซื้อ Samsung ไประหว่าง Seagate และ Toshiba

แต่ดูความเป็นได้ Seagate น่าจะเป็นคนซื้อมากกว่า และถ้าเป็นจริง สัดส่วน market share จะกลายเป็น

WD : Seagate : Toshiba  = 50 : 40 : 10

และเดี๋ยวไม่ใช่ว่า Toshiba ประกาศขายกิจการอีก ก็จะเหลือแค่บิ๊กแค่ 2 รายแล้วอ่ะนะ – -”

Ref: http://www.blognone.com/news/23125

 
Leave a comment

Posted by on March 7, 2011 in Business, Computer