RSS

Category Archives: Misc

Fun Quiz: 1 Round Cake, 5 Kids, 3 Knive Cuts, How?

วันก่อน มี status หนึ่งของพี่คนหนึ่งใน fb เขียนถึงโจทย์แบ่งเก้าอี้ เอ้ย แบ่งเค้ก ตอนแรกอ่านๆแล้วก็ถึงโจทย์เก่าโจทย์หนึ่งที่เกี่ยวกับ เค้ก 1 ก้อน เด็ก 8 คน และหั่น 3 ครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แต่เป็น

เค้ก 1 ก้อนกลม ตัดแบ่งให้แก่เด็ก 5 คนอย่างเท่าๆกัน โดยตัดแบ่งโดยใช้มีดปกติ ได้แค่ 3 ครั้ง ถามว่าจะแบ่งยังไง?

[ ลองเอาคิดให้นั่งปวดหัวเล่น ก่อนเลื่อนลงมาดูเฉลยข้างล่าง แล้วกัน]

.

.

.

.

.

.

.

ถ้าคุณพยายามที่จะใช้มีดหั่นตัดขวางลำตัวเค้ก แบบโจทย์เด็ก 8 คน คิดว่าคงจะไม่ใช่ ถ้าลองมองโจทย์เค้ก มันมีแนวคิดพื้นฐานอยู่ว่าทุกครั้งที่คุณตัดเค้กจำนวนชิ้นของเค้กจะเพิ่มขึ้นทีละ 1 ถ้าคุณตัดไม่ตัดกับแนวตัดเดิม และ ถ้าคุณตัดเค้กไปตัดกับแนวตัดเดิมมัน จำนวนชิ้นมันจะต้องเพิ่มขึ้นในอัตรา x 2 ในทุกๆ crossing ในกรณี คือ ตัด 5 ชิ้น แสดงว่าจะต้องมีการตัด 2 ครั้งแน่ๆที่ต้องตัดกัน และอีก 1 ครั้งที่ไม่รู้จะตัดยังไง และในการเพียงตัดครั้งเดียวเพื่อให้ได้ชิ้นที่ 5 ซึ่งนั่นคือไม่ตัดขวางกับรอยตัดเก่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ขนาดเท่ากันกับก้อนอื่น(หรือได้ฟะ???) ดังนั้นงานนี้คงต้องคิดนอกกรอบนิดหนึ่งนั่นคือ โจทย์ขอให้ได้มีปริมาณเท่ากัน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่ชิ้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาคือยัดเยียดให้ไอ้คนที่ 5 ได้ 2 ชิ้น ที่รวมแล้วเท่ากับคนอื่นๆ

เค้ก 1 ก้อน 360 องศา นั่นคือ ถ้าจะแบ่ง 5 ชิ้น แต่ละชิ้นที่เท่ากันจะต้องเป็น 360/5 = 72 องศา และวิธีการตัดคือ

  1. ตัดครั้งแรกแบ่งครึ่งก้อนเลย จะได้ 2 x 180
  2. ตัดครั้งที่ 2 ผ่านจุดศูนย์กลางให้ได้ทำมุม 36 องศากับรอยตัดในครั้งแรก เราก็จะได้ 36+144+36+144
  3. ตัดครั้งที่ 3 ผ่านจุดศูนย์กลางให้หั่นครึ่งระหว่าง 144 ทั้ง 2 ด้านก็จะได้ 36+72+72+36+72+72
  4. แบ่ง 4×72 ให้เด็ก 4 คนคนละชิ้น และก็ 2×36 ให้เด็กคนที่ 5

ผมว่ามันน่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้นะ อาจจะตัดเป็น 72 ก่อน แล้วค่อยแบ่ง 108 เป็น 72+36 ทีหลังก็ได้

แต่………

เฉลยมันมาเหนือชั้นกว่า เพราะผมยังคิดนอกกรอบไม่พอ คือ

  1. ตัดครั้งแรกแบ่งครึ่งก้อน
  2. ตัดครั้งที่ 2 แบ่งครึ่งตั้งฉากกับ 2 ก้อนแรกทำมุม 90 องศา
  3. เอามีเสียบคนที่ 5 ซะ (ครั้งที่ 3) แล้วก็แบ่งเค้ก 4 ก้อน ให้เด็ก 4 คนที่เหลือ. o_O”
Advertisements
 
Leave a comment

Posted by on August 17, 2011 in Misc

 

CHIP Thailand (copyright-infringedly) cloned Blognone articles

ขณะนี้เวลาตี 2.52 (GMT -5) ซึ่งมันควรเป็นเวลานอนปกติของคนทั่วไปได้แล้ว

แต่บังเอิญ ผมดันไปติดลมอ่านบทความของ @markpeak เรื่อง สามก๊กไอที ระหว่าง Google / Apple / Microsoft และก็ไปสะดุดตากับ comment ของคุณ kraivit ที่เป็นแค่ link ไปยัง website ของ CHIP Thailand แต่นั่นก็พอที่จะทำให้เรื่องมันร้อนได้ เพราะนิตยสารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนิตยสาร IT ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย คัดลอกบทความจาก Blognone กันโต้งๆชนิดตัวอักษรต่อตัวอักษร ก็คิดดูว่าขนาดความเห็นส่วนตัวของ @markpeak ยังเอาไปใส่เลย … แต่นี่ไม่ใช่แค่ article ที่โดนคัดลอก เพราะข่าวโดนส่วนใหญ่ในหน้า news ของ CHIP Thailand ล้วนแต่ copy & paste มาจาก Blognone เกือบทั้งหมด รวมถึงข่าวหลายชิ้นของ @arjin ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งแปลด้วย

ปัญหามันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า CHIP Thailand ให้เครดิตกลับมายัง Blognone เนื่องจากทางเวบไซต์ประกาศใช้ลิขสิทธิ์ประเภท Creative Common 3.0 ชนิด BY ซึ่งเป็นแบบใจดีสุด คือให้ คัดลอก, แก้ไข, เผยแพร่ และใช้ในทางธุรกิจได้ ภายใต้เงื่อนไขเดียวคือ ให้เครดิตกลับมาเท่านั้น ดังนั้นในกรณีนี้ CHIP Thailand ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์เต็มประตู

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องลักษณะนี้ แต่ถือว่าเป็นครั้งร้ายแรงในความรู้สึกผม เพราะ CHIP Thailand คือนิตยสารที่ผมติดตามซื้อและอ่านทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรกสุดที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2544 จนถึงฉบับกลางปีที่แล้ว กลับมีพฤติกรรมในลักษณะนี้

ในฐานะ contributor คนหนึ่งที่เขียนข่าวลงใน BN เนี่ย การแปลและเรียบเรียงข่าวจากเวบไซต์ต่างประเทศนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันกินเวลาและแรงงานของคนเขียนข่าวนั้นๆ ผมแปลข่าวหนึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที กว่าจะเรียบเรียงให้เป็นภาษาคนอ่านรู้เรื่องอีก ทั้งหมดก็รวมๆกันเกือบชั่วโมงต่อข่าว แต่ การ copy & paste นั้นกินเวลาอย่างมากสุดก็แค่ ลากแถบสี กับ กด Ctrl+C และ Ctrl+V

ล่าสุด หลังจากเก็บหลักฐานทั้งหมดมา ก็พบว่าข่าวใหม่ก็ยัง copy & paste เช่นเดิม แต่คราวนี้มีการ add ที่มาพร้อม link ของ Blognone ไว้ท้ายข่าว …. แต่ส่วนหัวด้านบนก็ยังเป็น “Written by กองบรรณาธิการ” เช่นเดิม … ทั้งที่มันไม่ใช่ อย่างไรก็ดีข่าวเก่าๆที่ไปคัดลอกจาก Blognone มา ณ ตอน blog นี่ ก็ยังไม่เห็นปรากฏ การแก้ไขในส่วนของ credit เลย

หากเรื่องราวในครั้งนี้เกิดต้องจบลงเป็นคดีความจริงๆ ผมก็ได้แต่หวังว่า คำชี้แจงคงไม่ใช่ “เป็นฝีมือของเด็กฝึกงาน” นะครับ

Update: July 1, 2011:

เรื่องนี้เหมือนจะจบด้วยดี (อย่างน้ำขุ่นๆ?) เมื่อมีบุคคลอ้างว่าเป็นทีมงานของ CHIP Thailand ออกมายอมรับว่าผิดพลาดจากการดึง RSS feed จาก Blognone ทำให้ไม่มี link ที่มาของ Blognone ตลอดจนไม่มีเครดิตผู้เขียนข่าว … เหตุผลเป็นจริงและฟังดูดีครับ … แต่ไม่ substantiate เท่าไร (อารมณ์ประมาณโจทย์ Argument Writing ของ GRE เลย) โดยเฉพาะภาพประกอบที่ใส่มาในข่าวส่วนที่ CHIP ใส่ประกอบในข่าว ไม่ใช่ภาพที่ถูก feed มาจาก BN แต่เป็นภาพที่ใส่ประกอบในข่าวเองอย่าง manually และ ถ้าเป็นจริงอย่างที่ว่า …. ทำไมถึง ไม่ manually ใส่ ที่มาข่าวด้วยล่ะครับ? และถ้าท่าน iPats และท่านอื่นๆ ไม่ระดม post comment ในหน้าข่าวต่างๆของ CHIP กล่าวทำนองไม่รู้สึกอายบ้างเหรอที่ copy คนอื่นมา รวมถึงที่ mk แจ้งไป… ทีมงานของ CHIP จะยอมแก้ไขจริงๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าคิดครับ คงไม่มีใครรู้ดีมากกว่าทีมงานเองครับ แต่ผมว่าเป็นเรื่องกังวลนะครับ ว่าสื่อใหญ่ๆในบ้านเรายังมีปัญหากับการ citation…. บางทีอาจจะเป็นเรื่องเราเข้าใจผิดกันไปเองก็ได้มั้ง บางทีทีมงานอาจจะ code ระบบหาภาพแบบอัจฉริยะมาใส่ให้เกี่ยวข้องกับข่าวหรือแม้แต่ไปดึงภาพจากข่าว Blognone ข้างๆที่เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย มาใส่ในข่าวนั้นๆได้จริงๆก็เป็นได้ และคงเป็น code ที่เก่งมากที่เลือกจะประหยัดพลังงานการทำงานของ server ให้ดึง feed และ post ข่าวได้ในช่วงเวลากลางวันอย่างเดียว เพราะรู้ว่าส่วนใหญ่ตอนกลางคืนคนจะนอนหลับและคงไม่ได้อ่านข่าวกัน สุดยอดครับ ขอปรบมือให้

อย่างไรก็ดีตอนนี้ข่าวหลายข่าวใน CHIP เองก็มีการอ้างอิงกลับมายัง BN แล้ว มีชื่อผู้เขียนข่าว และเริ่มมีการเขียนข่าวด้วยตัวเองแล้วด้วย ยังไงก็….. หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับทุกฝ่ายนะครับ … และทุกอย่างย่อมมีความผิดพลาดครั้งแรกกันได้เป็นเรื่องธรรมดา

ฝากไว้อีกเรื่องในการเขียนงานเขียนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นแค่ article หรือ research paper ก็ตาม professor ผม ที่นี้ สอนว่า หากคุณไม่มั่นใจว่าจะมีปัญหาภายหลังหรือไม่ … จง citation ไว้ก่อน… เพราะใส่ไปเกินๆ ดีกว่าขาดและวุ่นวายภายหลัง

Note:

  • CHIP is one of the most popular IT magazines originated in Germany.
  • CHIP Thailand is a franchised magazine locally operated by VBT Communications Co.Ltd. in Thailand.
  • Case Brief: CHIP Thailand violated “Creative Common 3.0 – BY” copyright by duplicating Blognone articles without referral. This blog is intended to explicitly display evidences of this illegal action shown in the capture screens above.
 
1 Comment

Posted by on June 30, 2011 in Business, Misc

 

ขอบคุณ ข้อคิดดีๆ อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะแหะ

ข้อคิดดี ๆ

 

ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ….ไอ้บ้า

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา" ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากัน…แล้วนะ

ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว….เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ   ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย … ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า……….พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง…ต้องรีบแล้ว
เดี๋ยวตายนะ…เตือนแล้วไง
รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักกู
ไม่สนว้อย…เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว
ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

…………. คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี  ลูกสาววัย 23
กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน………

หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ……
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ  ช่อดอกไม้  กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน …. แล้วนะ
อ้าว….รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน….เสียดายแย่

โดย น้าเน๊ก …… เกตุเสพย์สวัสดิ์  ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

 
==================================================
Reference :
 
         ขอบคุณ คุณกัน CP85 (นางนพ 85) สำหรับบทความนี้นะ
 
         ขอ copy จาก Blog ท่านกันอย่างด้านๆเลยนะ แบบว่าตอนนี้ยิ่งกำลังหมดหวังใน
หลายๆอย่างอยู่ อ่านแล้วรู้สึกดีกับชีวิตตัวเองขึ้นเยอะ เลย เลยถือโอกาสเอามาปะ ไว้หน่อย
เผื่อสักวันคงจะได้ผมคงจะได้กลับมาอ่านอีก….
(อ่อ ไม่มีนัยยะ กับเรื่องในอดีตนะแค่ ปัญหาหนักหัวนิดหน่อย)
 
 
 
Leave a comment

Posted by on November 30, 2006 in Misc

 

เรื่องของ Espresso ปั่น กับ Microwave

ไม่มีไรหรอก แค่บันทึกเอาไว้ใน Blog ว่าวันนี้เจออะไรแปลกๆดี
 
ผมซื้อ กาแฟปั่นมากิน เป็น Espresso จากร้านด้านล่างของตึก Office ก็แบบว่า
ดูดน้ำจนเหลือแต่น้ำแข็งเกือบจะแห้งๆ ด้วยความที่ว่า อยากจะกินมันทั้งหมดแบบเร็วๆ
บวกกับความขี้เกียจในการรอ ก็เลยถือโอกาสจับมันใส่ใน Microwave ยี่ห้อ LG ของบริษัท
ตั้งความแรงสูงสุด อุ่นไปซัก 5 วินาที เอาออกมากวนๆ แล้วก็อุ่นอีก 5 วินาที กวนอีกรอบหนึ่ง
พบว่ามันก็ยังพอมีน้ำแข็งบ้างนะ คือ พูดง่ายๆมันยังไม่ละลายทั้งหมด
แล้วก็ดูดน้ำจนมันแห้งอีกรอบ คราวนี้ สิ่งที่สังเกตุเห็นความแตกต่างคือ
 
ลักษณะการจับตัวของเกล็ดน้ำแข็งมันต่างไปจากตอนก่อนที่ผมอุ่นใน microwave ล่ะ
คือ ก่อนอุ่น มันจับตัวได้ค่อนข้างดีเป็นกลุ่มก้อน ค่อนข้างเนียนและละเอียด แต่อุ่นเสร็จ
แบบว่ามันจับตัว ได้ไม่ละเอียด และเห็นเป็นเกล็ดๆจับๆตัวกัน อย่างหยาบๆ
เวลากินแล้วก็รู้สึกเหมือนกันว่า เป็นเกล็ดเล็กๆนะ
 
 
 
… ไปดู The Da Vinci Code แล้วล่ะ
 
 
2 Comments

Posted by on May 17, 2006 in Misc